จมตี”
“ชายชราไม่เคยคิดเลยว่า อะไรคือข้อเท็จจริง ขณะที่ตระกูลหวงจะต้องเผชิญศึกหนัก ตระกูลชิ ทันใดนั้น โจมตีตระกูลหวง พวกเขาพยายามที่จะช่วงชิงยุทธภัณฑ์ในการครอบครองของเขา และที่ซึ่งแม้กระทั่งเป็นชายแก่ผู้นี้ก็ยังไม่มีพลังมากพอที่จะเรียกคืนยุทธภัณฑ์ มันเป็นสิ่งที่อันตรายต่อตระกูลของเรา โดยปราศจากยุทธภัณฑ์ หากว่าตระกูลหงฝูและตระกูลหยานโจมตีอย่างไม่คาดฝัน แม้กระทั่งข้าก็ไม่อาจที่จะหยุดความร้ายแรงนี้ได้ จากสิ่งนี้ ข้าสามารถเพียงจินตนาการถึงตระกูลชิร่วมมือกับตระกูลหยาน จากนั้นแล้ว พวกเขาคงไม่เผอิญพบพานกันโดยบังเอิญเป็นแน่”
ใบหน้าของบรรพชนรู้สึกไม่อาจเชื่อ ด้วยการถอนหายใจ เขากล่าวขึ้น “การร่วมมือกันของตระกูลหยานและตระกูลหงฝู มันถูกพิจารณาว่าเป็นแรงกดดันอย่างมากต่อตระกูลหวง ด้วยการเข้าร่วมของตระกูลชิ ตระกูลหวงนั้นไม่มีพลังอำนาจมากพอที่จะป้องกันตนเองได้ หากว่าพวกเขาโจมตีกันพร้อมกัน ดังนั้น ตระกูลหวงของข้าจะต้องยากลำบากเป็นแน่”
ได้ยินเช่นนั้น เจี้ยนเฉินได้แต่รู้สึกปวดเศียรเวียนเกล้า ตระกูลหวงนั้นแท้จริงเผชิญกับสถานการณ์ไม่สู้ดี ตระกูลหงฝูมีเซียนผู้คุมกฎ 2 คน ซึ่งบรรพชนตระกูลหวงนั้นยังคงนับว่ารับมือได้ยาก หากได้การร่วมมือของตระกูลหยานและชิ จากนั้นแล้วเมื่อเซียนผู้คุมกฎรวมกับพวกเหล่าอริศัตรู ด้วยบรรพชนเพียงคนเดียว เขาไม่อาจที่จะเป็นคู่มือของทั้งสี่
เจี้ยนเฉินลังเลอยู่ชั่วขณะ “ผู้อาวุโส เรื่องนี