บาง ๆ และให้บรรยากาศที่เป็นมิตรยิ่ง
“ท่านผู้อาวุโส ลมอันใดถึงพัดท่านมายังบ้านของข้าในยามนี้ ข้าผู้นี้รู้สึกประหลาดใจยิ่งนัก” เจี้ยนเฉินป้องมือของเขาด้วยรอยยิ้ม เป็นการต้อนรับคนทั้งสอง
“ฮ่า ฮ่า นายน้อยสี่มาต้อนรับเราถึงนี่ เหตุใดจึงไม่เชิญพวกเราเข้าไปเล่า ? ” อาวุโสเฟิงป้องมือของเขาขึ้น ตอบกลับ ใช้สรรพนาม “นายน้อยสี่” แทนชื่อเจี้ยนเฉิน
“ผู้อาวุโส ยินดีต้อนรับพวกท่าน โปรดเข้ามาข้างใน” เจี้ยนเฉินส่งรอยยิ้มและนำทางทั้งสองเข้ามาภายในตระกูล
ภายในห้องส่วนตัว บุรุษทั้งสามนั่งลง ก่อนที่เจี้ยนเฉินจะกล่าวขึ้นอย่างตรงไปตรงมา “ท่านผู้อาวุโส ข้าเดาว่าท่านไม่ได้มาที่นี่เพราะโครงกระดูกเซียนผู้คุมกฎ”
ผู้อาวุโสทั้งสองหัวเราะออกมาด้วยท่าทีปราณีก่อนที่อาวุโสเฟิงจะตอบออก “นายน้อยสี่ เข้าใจผิดแล้ว พวกเราทั้งสองมาเพื่อเยี่ยมเยือนท่านและมันไม่ใช่เพราะโครงกระดูก ไม่ว่าอย่างไร ท่านก็เป็นผู้มีพระคุณสำหรับตระกูลหวงของเรา ขณะที่โครงกระดูกของเซียนผู้คุมกฎมีความสำคัญ ตระกูลหวงนั้นก็ไม่คิดจะกระทำเรื่องเช่นนั้นกับมิตรสหายของเรา และเราก็ไม่คิดจะกระทำการใดที่จะเป็นศัตรูของอาณาจักรฉินหวง พวกเราย่อมไม่กล้าที่จะล่วงเกินผู้พิทักษ์จักรพรรดิแห่งอาณาจักรฉินหวง”
ได้ยินเช่นนั้น ดวงตาของเจี้ยนเฉินเป็นประกายแสงอ่อน ๆ เขาไม่คิดว่า ตระกูลหวงจะสามารถค้นพบว่า เขานั้นเป็นผู้พิทักษ์จักรพรรดิแห่งอาณาจักรฉินหวงได้อย่างรวดเร็วเช่นนั้น