ร้ายพี่ชายข้า ฝ่ามือนี่จะต้องฟาดเข้าใส่พวกมัน” ฉินหวู่เจี้ยนพูดขึ้นด้วยความดุดัน สายตาของเขาแสดงความอาฆาตออกมา
ฉินหวู่หมิงมองมาที่เจี้ยนเฉินและได้พูดขึ้น “ผู้พิทักษ์จักรพรรดิ โปรดให้พวกเราไปยังนิกายพยัคฆ์มังกรเรื่องนี้เป็นเรื่องที่สำคัญยิ่งต่ออาณาจักรฉินหวง พวกเราจะปล่อยให้มันเป็นเช่นนี้มิได้”
“ใช่ ผู้พิทักษ์จักรพรรดิ เรื่องนี้เกี่ยวพันกับอาณาจักรของเขา การเพิกเฉยต่อนิกายพยัคฆ์มังกรจะทำให้ขุมพลังอื่นเหิมเกริมได้ คนจากอาณาจักรฉินหวงนั้นไม่อาจให้ผู้อื่นมาข่มเหงรังแกได้” หนึ่งในที่ปรึกษาจักรพรรดิได้พูดขึ้น
“ทุกคนพูดได้ถูกต้อง เรื่องนี้ต้องหยิบขึ้นมาพิจารณา พวกเราปล่อยให้นิกายพยัคฆ์มังกรไว้เช่นนี้ไม่ได้” เสียงของเจี้ยนเฉินหยุดสักพักและเขาก็ได้หันกลับไปมองที่ฉินหวู่เทียน “ฉินหวู่เทียน เจ้าจงไปรักษาตัวเสียก่อน ข้าจะส่งคนไปยังเมืองจักรพรรดิเพื่อนำเซียนผู้เชี่ยวชาญธาตุแสงทุกคนมาที่นี่”
ฉินหวู่เทียนพยักหน้าก่อนที่จะเดินออกไปพร้อมกับทหารอีก 2 คนเพื่อไปรักษาตัว
หลังจากที่ฉินหวู่เทียนได้ออกไปแล้ว สายตาของเจี้ยนเฉินก็ได้มองมายังทุกคนที่อยู่ในห้องโถงนั่น “พวกเรามาปรึกษาแผนการรับมือกับนิกายพยัคฆ์มังกรกัน มีใครมีข้อเสนอหรือแผนการอันใดหรือไม่ ? “
“นิกายพยัคฆ์มังกรนั้นตั้งตนเป็นศัตรูกับเราด้วยการช่วยองค์ชายเหลือขอนั่น ดูท่าแล้วพวกมันคงเชื่อมั่นในขุมพลังของพวกมัน ดังนั้นพวกมันจึงมีความกล้าที่จะตั้งตน