ืออะไรกัน ? ” เจี้ยนเฉินคิดอย่างสับสน หลังจากนั้นไม่นาน เจี้ยนเฉินก็รู้สึกถึงสัมผัสแปลก ๆ ในหัว ทำให้เขากันไปที่หนึ่งในมุมห้องคลังสมบัติ
ทั้งหมดที่เขาเห็นทีเพียงหินสีขาวชิ้นหนึ่งตั้งอยู่บนสุดของโต๊ะ หินนี้ดูไม่มีอะไรสำคัญทำให้มันดูธรรมดามาก ในแว่บแรก ใครก็คงคิดว่ามันไม่ต่างอะไรไปจากหินธรรมดา ถ้ามันถูกโยนเข้าไปในหินกองใหญ่ มันก็คงไม่มีใครสังเกตเห็นเลย
ตาของเจี้ยนเฉินเป็นประกายเพราะเขาจำได้ ก่อนที่เขาจะไปที่โต๊ะนั้นอย่างรวดเร็ว สายตาของเขาจ้องเขม็งไปที่หินสีขาว และความทรงจำถึงเรื่องที่เกิดขึ้นหลายปีก่อนที่เมืองเวคก็แว่บเข้ามาในใจของเขา ในตอนนั้นที่เขายังไม่รู้ว่าแสงสองสีที่สว่างอยู่ในตันเถียนของเขาคือจิตวิญญาณกระบี่ แต่เขาก็สงสัยในหินสีขาวแทนว่ามันไม่ใช่หินธรรมดา เพราะสัมผัสแปลก ๆ ที่มาจากมันในตอนที่เขาเดินอยู่ที่ถนนนของเมืองเวค มันเป็นเพราะความสงสัยนี้ทำให้เขาซื้อหินสีขาวนี้มา
เจี้ยนเฉินไม่เคยคิดถึงหินขาวเลยในแหวนมิติของเขาเลย เพราะว่าเขาไม่รู้ว่าหินขาวเอาไว้ทำอะไร เมื่อเวลาผ่านไป ถ้าไม่ใช่เพราะเจี้ยนเฉินมาเจอหินก้อนที่สองและจิตวิญญาณกระบี่เอ่ยถึงมัน เจี้ยนเฉินก็คงลืมเรื่องที่เขาเคยซื้อมันมาครั้งหนึ่งแล้ว
หินสีขาววางอยู่บนสุดของโต๊ะเหล็ก เจี้ยนเฉินหยิบมันมาด้วยมือทั้งสอง ทันใดนั้นเอง เจี้ยนเฉินก็ตกใจในน้ำหนักของหิน หินสีขาวขนาดเท่ากำปั้นนี้หนักเกือบ 500 กิโลกรัม ถ้าไม่ใช่เพราะความแข