ให้พร้อมกับแผนที่ของอาณาจักรเกอซุนให้แก่ที่ปรึกษาจักรพรรดิ์ที่มีหน้าที่ดูแลประตูมิติ
ที่ปรึกษาจักรพรรดิที่ดูแลประตูมิติหยิบแผนที่จากมือของเจี้ยนเฉินและวางผลึกไว้เหนือแผนที่ จากนั้นเขาวางแกนสัตว์อสูรระดับ 5 สี่อันเพื่อเติมพลังงานให้เพียงพอสำหรับเปิดใช้งานค่ายกล ค่ายกลบนพื้นดินเริ่มสว่างขึ้นและก่อตัวเป็นมิติที่สับสนในประตูอย่างช้า ๆ หลังจากเวลาผ่านไป มิติภายในประตูก็เริ่มก่อตัวเป็นภาพที่ชัดเจน
ภายใต้สายตาที่จับตามองของเจี้ยนเฉิน เขาเห็นได้ว่าจุดนี้เป็นตำแหน่งที่แน่นอนที่เกาอวี่ฉินวางผลึกอีกอันเอาไว้ เจี้ยนเฉินยังสามารถเห็นกำแพงเมืองที่ห่างไกลของเมืองลอร์
“ใช่แล้ว มันคือพื้นที่นี้ ไปกันเถอะ ! ” เจี้ยนเฉินตอบ จากนั้นก็ข้ามผ่านประตูมิติ เขาจากอาณาจักรฉินหวงไปยังเมืองลอร์เร็วกว่าชั่วพริบตา
หลังจากข้ามประตูมิติ เจี้ยนเฉินมองไปที่เมืองลอร์อันไกลโพ้นเพียงเพื่อดูว่ามันเป็นเช่นเดิมหรือไม่ กระแสของผู้คนนับไม่ถ้วนสามารถมองเห็นได้เข้าและออกโดยไม่ต้องกังวลหรือตกใจ
เมื่อเห็นนี้ เจี้ยนเฉินก็ถอนหายใจอย่างโล่งอก ปรากฏว่าไม่มีอะไรเกิดขึ้นในช่วงเวลาที่เขาจากไป
“เจี้ยนเฉิน นี่คือบ้านเกิดของเจ้าหรือ ? ” ฉินจี๋เดินผ่านประตูมิติและตามหลังเจี้ยนเฉินด้วยความอยากรู้อยากเห็นเกี่ยวกับเมือง
“ถูกต้อง ครอบครัวของข้าอยู่ในเมืองนั้น” เจี้ยนเฉินพยักหน้า
ในไม่ช้า แม่ทัพทั้งสามแห่งกองทัพเทพดาบตะวันก็ออกมาจากประตูมิติพร