ก ตอนนี้เขารู้แล้วว่าตระกูลเจียงหยางมีอำนาจอย่างมาก แต่ผู้ที่กุมอำนาจนั้นไม่ได้เป็นหัวหน้าตระกูล แต่มันเป็นนายน้อยสี่ เจียงหยางเซียงเทียน คำพูดของเขาชี้เป็นชี้ตายได้เจี้ยนเฉินมาถึงด้านหน้าประตู เขาก็ได้เห็นตู่กูเฟิง คนที่เขาได้แยกทางกันเมื่อครึ่งปีก่อน ตอนนี้ตู่กูเฟิงก็ยังคงเหมือนเดิม ไม่มีการเปลี่ยนแปลงใด ๆ กับหน้าตาของเขาและเขาก็ยังดูเย็นชาและเฉยเมยข้าไม่ได้มองผิดไป เป็นเจ้าจริง ๆ เจี้ยนเฉินหัวเราะเมื่อเห็ยว่านายน้อยสี่ของตระกูลเจียงหยางเป็นคนที่เขาตามหา ตู่กูเฟิงก็อดที่จะยิ้มออกมาไม่ได้ งั้นเจ้าก็เป็นคนที่ชื่อเจียงหยางเซียงเทียน ไม่น่าแปลกใจที่ข้าไม่อาจหาเจ้าได้ในเมืองลอร์หลังจากที่มาถึงนานแล้วเจี้ยนเฉินหัวเราะและไม่อยากอธิบายใด ๆ ก่อนที่จะพูดว่า เข้ามาคุยกันข้างในหลังจากนั้นยามทั้งสองก็พ่นลมถอนหายใจออกมาอย่างโล่งอกและมีความสุขอย่างมากที่พวกเขาหายไป เจี้ยนเฉินได้พาตู่กูเฟิงเข้ามาในตระกูลของเขาข้าไม่คิดจริง ๆ ว่าเขาจะเป็นสหายกับนายน้อยสี่ มันเป็นเรื่องดีที่เราไม่ได้ทำให้เขาขุ่นเคือง ไม่อย่างนั้นมันจะเป็นเรื่องที่โง่มากที่เราจะอยู่ในตระกูลเจียงหยางต่อไป ยามคนหนึ่งพูดด้วยความกลัวอย่างช้า ๆ ขณะที่ยามอีกคนพยักหน้าเห็นด้วยเจี้ยนเฉินพาตู่กูเฟิงเข้ามาที่ห้องของตัวเองและเริ่มคุยกับเขา เจี้ยนเฉินอยากฟังจากปากของตู่กูเฟิงด้วยตัวเองว่า ตู่กูเฟิงออกมจากตระกูลตู่กูแล้วหรือยัง จากช่วงเวลาต่อมา