้านในตำหนักมืดสนิทไม่มีแสงสว่างความมืดรอบ ๆ ไม่มีผลใด ๆ ต่อเขา มันทำให้เขาเห็นทุกอย่างชัดเจน เขามองไปรอบ ๆ ตัวจากนั้นเขาก็เข้าไปในห้องของเจี้ยนเฉินอย่างเงียบ ๆ ซึ่งเขาเห็นเจี้ยนเฉินนั่งสมาธิอยู่บนเตียงเขาเข้าไปใกล้กับเจี้ยนเฉินมากขึ้นจนกระทั่งเขาอยู่ในระยะ 10 เมตร เขาหยิบขวดหยกออกมาแล้วคลายออกเบา ๆ ทำให้ควันจาง ๆ ลอยไปทางเจี้ยนเฉินเขารอให้ควันเข้าไปจนทั่วห้อง หลังจากนั้นเขาจึงหยิบกริชดำขึ้นมา ด้วยแสงไฟสีดำกริชในมือของเขาพุ่งเข้าหาคอของเจี้ยนเฉินทันทีทันใดนั้นแสงสีฟ้าและสีม่วงก็ส่องประกายในห้องก่อนที่จะได้ยินเสียงที่กระทบของโลหะจะดังขึ้น ร่างในเงามืดที่กำลังจะพุ่งไปข้างหน้าหยุดชะงัก เขาเซถอยหลังไปหลายก้าว เสียงฝีเท้าที่ชัดเจนและแตกต่างดังขึ้นในแต่ละก้าว“ช่างเป็นเรื่องแปลก ข้าไม่คิดเลยว่าจะเจอใครที่มีพลังเซียนธาตุมืด” เสียงเบา ๆ ดังขึ้นในห้องมืด ราวกับว่าความมืดไม่ได้ส่งผลต่อการมองเห็นของเจี้ยนเฉิน เขาลืมตาขึ้นจากสภาวะสมาธิ“เจ้า..เจ้าไม่เป็นอะไรเลยรึ ? จะเป็นไปได้อย่างไร ? ” ผู้โจมตีที่ซ่อนตัวร้องออกมาด้วยความตกใจเจี้ยนเฉินหัวเราะ “พิษของเจ้าอ่อนแอเกินไปและไม่มีผลกระทบต่อข้า”ร่างมืดรู้ว่าการลอบสังหารของเขาล้มเหลวและเขาก็ถูกจับได้ นี่คือการต่อสู้ที่เขาคงไม่ชนะ โดยไม่ลังเลร่างนั้นพุ่งออกไปในแสงสีเข้ม เขาพุ่งไปข้างนอกโดยไม่มีเสียงผู้บ่มเพาะธาตุมืดมีฉายาว่าเจ้าแห่งราตรี เวลากลางคืนเป็นอา