แสดงว่าพวกเขาสนิทสนมกันมาก”ดวงตาของเจี้ยนเฉินเปล่งประกายอย่างสดใสขณะที่เขาเริ่มบินขึ้นไปหลายสิบเมตร ในเวลาเดียวกันผู้อาวุโส 2 คนสวมชุดขาวก็เข้ามาปิดล้อมอย่างรวดเร็ว พวกเขาหยุดห่างออกไป 50 เมตรบรรพชนอาวุโสของนิกายหยางจิมองดูอาคารที่ถูกไฟไหม้อยู่ข้างหลังเขาด้วยสีหน้าโกรธแค้นก่อนที่จะจ้องมองเจี้ยนเฉิน “เจ้า เจ้าเป็นใคร ? บอกชื่อของเจ้ามา”เจี้ยนเฉินจ้องกลับไปก่อนที่จะหันไปมองผู้อาวุโสสูงสุดด้วยสายตาอันโหดเหี้ยม “ข้าไม่คิดว่าข้าจะพบเจ้าที่นี่ หืมม เจ้าวิ่งไม่ไกลพอ คราวก่อนข้าไม่ได้หมายหัวเจ้า มาดูกันว่าว่าคราวนี้เจ้าจะหนีรอดจากหายนะได้หรือไม่”บรรพชนอาวุโสโกรธมากเมื่อเห็นว่าเจี้ยนเฉินไม่สนใจเขาอย่างโจ่งแจ้งเมื่อได้ยินคำพูดของเจี้ยนเฉิน ผู้อาวุโสสูงสุดก็เริ่มเดือดดาลอยู่ครู่หนึ่ง “ข้ารู้จักชื่อของเซียนสวรรค์ทุกคนในบริเวณนี้ แต่ข้าไม่เคยเห็นหรือได้ยินคนที่มีรูปร่างหน้าตาเช่นเจ้ามาก่อน เจ้าเป็นใครและทำไมเจ้าต้องเข้าไปยุ่งกับสงครามของเรากับอาณาจักรเกอซุน ? “เจี้ยนเฉินยิ้มเยาะ “ข้าเป็นคนของอาณาจักรเกอซุน แต่สงครามไม่ใช่เหตุผลที่ข้ามาที่นี่ นิกายหยางจิของเจ้าได้ทำลายอาวุธเซียนของลูกชายเพื่อนรักของข้า พวกเจ้าทำให้เขาพิการ ข้าคงข่มตาหลับไม่ลงหากไม่ได้แก้แค้น ดังนั้นนิกายหยางจิจึงต้องชดใช้ด้วยเลือด” เจี้ยนเฉินพูดก่อนที่จะยิงกระบี่เพลิงทั้งสองไปยังผู้อาวุโสทั้งสองอย่างรวดเร็วพวกเขาป้องกันการโจมตีด