ณะที่โบกมือ ทำให้ตะเกียบทั้งสองบินกลับมา ในไม่ช้าเขาก็แทงพวกเขาผ่านลำคอของคนที่พูดทันทีการกระทำของเจี้ยนเฉินทำให้ทั้งกลุ่มตกตะลึงจนคนหนึ่งเริ่มพูดติดอ่างว่า ” จ…จ.. เจ้า เจ้าฆ่าสมาชิกของนิกายหยางจิของเราหรือ ? ““ถ้าเจ้ายังอยากมีชีวิตก็ไสหัวออกไปจากโรงเตี๊ยมนี้ซะ มิฉะนั้นข้าจะฆ่าพวกเจ้าทั้งหมดที่นี่” เจี้ยนเฉินพูดด้วยน้ำเสียงที่เย็นยะเยือกพวกเขารู้สึกขัดตาขัดใจมาก แต่พวกเขาไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากต้องออกจากโรงเตี๊ยมอย่างท้อใจ“หยุด เอาร่างนี้ออกไปด้วย” เจี้ยนเฉินพูดขณะที่เขาชี้ไปที่ศพบนพื้นเมื่อไม่มีใครเต็มใจที่จะทำ ชายผู้หนึ่งลังเลและนำศพออกจากโรงเตี๊ยมไปพร้อมกันหลังจากที่นิกายหยางจิออกไป ทั้งโรงเตี๊ยมก็เงียบสงบ เจ้าของโรงเตี๊ยมและเด็กหนุ่มมองเจี้ยนเฉินอย่างหวาดกลัว พวกเขาไม่รู้ว่าเขาวางแผนจะทำอะไรต่อไปเจี้ยนเฉินโยนตะเกียบไว้ในมือแล้วพูดว่า “เนื่องจากข้าอยากได้ห้องพัก นี่เหรียญม่วง 10 เหรียญ มันเป็นของท่าน” จากนั้นโดยไม่รอให้เจ้าของโรงเตี๊ยมตอบ เจี้ยนเฉินพาลูกเสือขึ้นไปที่ชั้นสองตอนนี้ท้องฟ้ามืดครึ้มแล้วและในขณะที่เจี้ยนเฉินอยู่ในเมืองชั้นสอง เขาก็ได้ยินเสียงรถม้าแล่นช้า ๆ ไปตามถนน ในช่วงเวลาต่อมา สัตว์อสูรอีกหลายตัวก็มุ่งหน้ามาทางโรงเตี๊ยม มองเพียงครั้งเดียวเขาก็รู้ว่าชายเหล่านี้รวยมากในขณะนั้น ชายหนุ่มผู้หนึ่งก็วิ่งเข้าหารถม้า พวกเขามาจากนิกายหยางจิและบนหลังของพวกเขาก็มีศพของสหายที