เจ้าของโรงเตี๊ยมไปอ้อนวอนกับเจี้ยนเฉิน แต่หลังจากตระหนักว่าเจี้ยนเฉินไม่ใช่คนธรรมดา พวกเขาจึงหยุดอยู่กับที่ ในฐานะเจ้าของโรงเตี๊ยมและเสี่ยวเอ้อ พวกเขาเห็นผู้คนมากมายในแต่ละวัน เพียงชำเลืองมอง พวกเขาก็สามารถแยกแยะคน ๆ หนึ่งได้อย่างรวดเร็ว ในใจของพวกเขา พวกเขารู้ว่าเจี้ยนเฉินไม่ใช่คนธรรมดา ดังนั้นการพยายามที่จะอ้อนวอนกับเจี้ยนเฉินคงไร้ประโยชน์นอกจากว่าพวกเขาอยากมีปัญหากลุ่มชายจากนิกายหยางจิต่างหยิ่งยโส แต่ละคนมีกลุ่มที่มีอำนาจสนับสนุน ดังนั้นคำพูดของเจี้ยนเฉินจึงทำให้พวกเขาไม่พอใจ เมื่อหยิบเหรียญม่วงออกมา ชายหนุ่มผู้หนึ่งพูดออกมาว่า “ข้ามีเหรียญม่วงให้กับโรงเตี๊ยม เจ้ามีปัญหาหรือไม่ ? “เหรียญม่วง 1 เหรียญมีค่าเท่ากับ 100 เหรียญทอง นี่คือค่าตอบแทนครึ่งปี ซึ่งหมายความว่าเหรียญม่วงเป็นเงินจำนวนมากสำหรับการซื้อขายเจ้าของโรงเตี๊ยมและเสี่ยวเอ้อตกใจกับเงินก้อนใหญ่ ทั้งคู่มองหน้ากันด้วยความตกใจเจี้ยนเฉินวางจานอาหารลง เขาลุกขึ้นยืนและหยิบเหรียญม่วงออกมาจากแหวนมิติหลายเหรียญ “นี่คือเหรียญม่วง 10 เหรียญสำหรับค่าเช่าโรงเตี๊ยม พวกเจ้าออกไปได้แล้ว” เจี้ยนเฉินไม่ใช่คนที่ชอบโอ้อวด แต่คนเหล่านี้ที่อยู่ตรงหน้าเขาไม่ใช่คนที่น่าพอใจ เขาตัดสินใจที่จะล่วงเกินพวกเขาเมื่อเห็นเหรียญม่วง 10 เหรียญบนโต๊ะ กลุ่มชายจากนิกายหยางจิก็เดือดดาล หนึ่งในนั้นคำรามด้วยความโกรธ “เจ้าหนุ่ม เจ้าอยากมีปัญหากับนิกายหยางจิของเร