ียบ ๆมีเสียงหนึ่งดังขึ้นมาในรถม้าว่า “ท่านลุงโจว ท่านพูดถูก ชายคนนั้นฆ่าคนของเราด้วยตะเกียบ นั่นหมายความว่าเขาไม่ใช่คนธรรมดา หากเราพยายามจับตัวเขาตอนนี้ เราจะเสียมากกว่าได้ เราควรรอจนถึงพรุ่งนี้ ท่านลุงสามจะได้จัดการกับเขา“ขอรับ นายท่าน” ทหารคุ้มกันพูดพร้อมกัน……..เช้าวันที่สอง เจี้ยนเฉินออกจากโรงเตี๊ยมทันทีและเดินทางต่อไปยังพระราชวังของอาณาจักรฉินกานในขณะที่เจ้าของโรงเตี๊ยมมองเหรียญม่วงที่เจี้ยนเฉินมอบให้ นางไม่สามารถปกปิดความสุขบนใบหน้าเนื่องจากการที่นางมีเงินจำนวนมากในมือได้ แต่นางสุขใจได้ไม่นานเพราะคนกลุ่มใหญ่บุกเข้ามาในโรงเตี๊ยมอย่างอุกอาจ
ตอนแรกเด็กหนุ่มและเจ้าของโรงเตี๊ยมไปอ้อนวอนกับเจี้ยนเฉิน แต่หลังจากตระหนักว่าเจี้ยนเฉินไม่ใช่คนธรรมดา พวกเขาจึงหยุดอยู่กับที่ ในฐานะเจ้าของโรงเตี๊ยมและเสี่ยวเอ้อ พวกเขาเห็นผู้คนมากมายในแต่ละวัน เพียงชำเลืองมอง พวกเขาก็สามารถแยกแยะคน ๆ หนึ่งได้อย่างรวดเร็ว ในใจของพวกเขา พวกเขารู้ว่าเจี้ยนเฉินไม่ใช่คนธรรมดา ดังนั้นการพยายามที่จะอ้อนวอนกับเจี้ยนเฉินคงไร้ประโยชน์นอกจากว่าพวกเขาอยากมีปัญหา
กลุ่มชายจากนิกายหยางจิต่างหยิ่งยโส แต่ละคนมีกลุ่มที่มีอำนาจสนับสนุน ดังนั้นคำพูดของเจี้ยนเฉินจึงทำให้พวกเขาไม่พอใจ เมื่อหยิบเหรียญม่วงออกมา ชายหนุ่มผู้หนึ่งพูดออกมาว่า “ข้ามีเหรียญม่วงให้กับโรงเตี๊ยม เจ้ามีปัญหาหรือไม่ ? “เหรียญม่วง 1 เหรียญมีค่าเท่ากับ 100 เหรี