็นสหายกันเพราะความสัมพันธ์ส่วนตัว ดังนั้นเหล่าขุนนางจึงดูถูกเจี้ยนเฉิน เจี้ยนเฉินก็ไม่ได้พูดอะไร อย่างไรก็ตามบุตรสาวที่โด่งดังของขุนนางมักจะมองเขาแปลก ๆ บางคนถึงกับพูดกับเจียนเฉินอย่างเป็นกันเองและเปิดเผยเจตนาว่าจะเป็นสหายกันอย่างชัดเจนอย่างไรก็ตามความนิยมที่เขารับรู้ได้อันนี้ทำให้ขุนนางทั้งหลายโมโกมากขึ้น พวกเขาส่วนใหญ่เริ่มที่จะอิจฉาได้ถึงความนิยมของเจี้ยนเฉินเมื่อได้เห็นหลังจากที่ฉินจี๋และเจี้ยนเฉินแยกตัวออกจากกัน ขุนนางหลายคนก็ได้สั่งให้ใครสักคนไปตรวจสอบเบื้องหลังและภูมิหลังของเจี้ยนเฉิน สุดท้ายหลาย ๆ คนก็อดที่จะถอนหายใจไม่ได้เมื่อได้ยินว่าเจียนเฉินไม่ได้เป็นส่วนหนึ่งของขั้วอำนาจใด ๆ และเป็นคนที่ไม่มีที่มาที่ไป จากที่พวกเขาคาดเดาแม้ว่าเจี้ยนเฉินจะมีเบื้องหลังบางอย่างแต่กลุ่มที่สนับสนุนของเขาก็ด้อยเกินกว่าที่จะพูดกันในที่สาธารณะตอนเย็นเจี้ยนเฉินได้เข้าสังคมตอนบ่ายเสร็จสิ้นและกลับไปที่ตำหนักของฉินจี๋เพื่อไปทานอาหาร นี่เป็นที่พักส่วนตัวของเขาและมันก็มีสิ่งอำนวยความสะดวกที่หลากหลายตามที่เขาต้องการเมื่อเจี้ยนเฉินกำลังเพลิดเพลินไปกับอาหารของพวกเขาทันใดนั้นทหารสวมชุดเพราะก็ได้เข้ามาในวังและคุกเข่าลงพื้นเพื่อทำความเครารพ ขอรายงาน องค์ชายสาม! เป็น องค์หญิงฉินซวง,องค์หญิงฉินหยู่ปิงและองหญิงแห่งฟูหนาน ได้เสด็จมาที่ตำหนักดอกเมฆ ! ตำหนักดอกเมฆเป็นชื่อตำหนักของฉินจี๋เมื่อได้ยินอย่างนี้คิ้วขอ