ะนางมีรูปร่างหน้าตาดี นางให้กลิ่นอายของชนชั้นสูง แม้ว่านางจะใส่เสื้อผ้าธรรมดา แต่ก็ไม่สามารถซ่อนกิริยาท่าทางของนางได้เลย แค่มองเพียงปราดเดียวก็รู่ว่านางไม่ได้โตขึ้นมาที่หมู่บ้านเจี้ยนเฉินนั่งอยู่กับครอบครัวทั้งสี่คนและเริ่มทานอาหาร อาหารนั้นค่อนข้างธรรมดา และมีผักที่พวกเขาปลูกขึ้นเองปู่ของเจ้าอ้วนน้อยมองไปที่เจี้ยนเฉินก่อนที่จะยิ้มออกมา “เจ้าหนุ่ม ไปที่สวนข้าวโพดกับข้าสักพักนะหลังจากนี้ มีแปลงที่ต้องปลูกอีกมากเลย”“ท่านปู่ ร่างกายของเจี้ยนเฉินพึ่งฟื้นตัว ทำไมท่านถึงไปใช้แรงงานเขาล่ะ ? รอให้ข้ากับท่านพ่อปลูกกระหล่ำเสร็จก่อน แล้วพวกเราจะไปช่วยท่าน” เจ้าอ้วนน้อยบ่นออกมา เห็นได้ชัดว่าเขาไม่พอใจที่ปู่ของเขาบอกให้เจี้ยนเฉินไปทำสวนหลังจากที่ได้ยินคำขอของท่านปู่เพื่อให้ไปช่วยทำสวน เจี้ยนเฉินก็อึ้งไปสักพัก จากนั้นเขาก็ทำหน้าว่างเปล่าขึ้นมา “ได้ แต่ข้าไม่เคยเรียนรู้การทำสวนมาก่อน ถ้ามีอะไรที่ข้าไม่เข้าใจ ข้าหวังว่าผูอาวุโสจะชี้แนะข้าได้” เจี้ยนเฉินรู่ว่าปู่นั้นเป็นจอมยุทธที่ปิดบังตัวเองเอาไว้ด้วยเหตุผลบางอย่าง เจี้ยนเฉินไม่อยากเสียโอกาสที่จะได้คุยกับปู่ไม่ว่าจะด้วยเหตุผลอะไรก็ตาม“ไม่ต้องเรียกข้าว่าผู้อาวุโสหรอก แซ่ของข้าคือเซี่ยว ในฐานะผู้เฒ่าของหมู่บ้าน เจ้าเรียกข้าว่าผู้เฒ่าเซี่ยวก็ได้ หรือลุงเซี่ยว” ปู่พูดออกมาด้วยน้ำเสียงที่ใจดีหลังจากที่ทานอาหารเสร็จ เจี้ยนเฉินก็ตามผู้เฒ่าเซี่ยวไปที่ทุ่ง