ชั่วยามต่อมา เจี้ยนเฉินได้เดินทางไกลออกไปถึงชานเมืองที่เจี้ยนเฉินสามารถมองเห็นได้เจี้ยนเฉินมาถึงกำแพงเมืองก่อนที่จะเดินไปที่กำแพงทันที ก่อนที่เขาจะปีนและแอบเข้าไปในเมืองอย่างเงียบ ๆเนื่องจากเป็นเวลากลางคืน เมืองจึงเงียบสงบเป็นพิเศษโดยที่ไม่มีโรงเตี๊ยมใด ๆ เปิดให้บริการ แม้แต่ถนนก็ยังหนาวเย็นว่างเปล่าและไร้ผู้คนอุ้มลูกเสือขาวไว้แนบตัวราวกับว่าเขาลักลอบขนของบางอย่าง เจี้ยนเฉินรีบเดินไปที่โรงเตี๊ยมที่ดูสงบเงียบ กระโดดขึ้นไปที่ชั้นสาม เขาแอบเข้าทางหน้าต่างอย่างเงียบ ๆ โดยไม่ถูกค้นพบภายในโรงเตี๊ยม เจี้ยนเฉินได้วางลูกเสือไว้บนเตียงแล้วนำแกนอสูรอีกแกนออกมาเพื่อฟื้นฟูพลังเซียนของเขาในเช้าวันที่สอง เจี้ยนเฉินเปลี่ยนรูปร่างหน้าตาของเขาให้เป็นชายหนุ่มอายุสามสิบปีอีกครั้ง ก่อนที่จะซ่อนลูกเสือขาวไว้ใต้เสื้อผ้าของเขาและออกจากโรงเตี๊ยมหนึ่งในเสี่ยวเอ้อที่โรงเตี๊ยมจ้องมองไปที่เจี้ยนเฉินด้วยความสงสัยว่า “ถ้าข้าจำไม่ผิด ข้าสาบานได้ว่าข้าไม่ได้เห็นเขาเมื่อวานนี้ หรือเขาจะแอบเข้าไปข้างในตอนที่ข้าไม่เห็น ? “หลังจากออกเดินทาง เจี้ยนเฉินพาตัวเองออกไปเดินเล่นรอบเมืองก่อนเข้าร้านอาหารสัตว์ “เถ้าแก่ เจ้ามีนมสัตว์อสูรขายหรือเปล่า ? “เจ้าของร้านนี้มีอายุราว 40 ปีผอม แต่ดูเหมือนบัณฑิต เมื่อเขาได้ยินเจี้ยนเฉินเขาก็หันหลังกลับโดยมีสีหน้าเฉย ๆ ไร้อารมณ์มองไปที่ของท้องของเจี้ยนเฉิน “ใช่ ใช่ โดยปกติ ข้ามีบางส่วนสำห