ะมอบสมบัติผนึกภูผาคืนให้เรา สำหรับการตายของนายน้อยสาม เรายังรอได้ อย่างน้อยที่สุดเราต้องเอายุทธภัณฑ์ผู้คุมกฎกลับคืนมา”ผู้อาวุโสสี่พยักหน้า “ข้าก็คิดเช่นนั้น หัวหน้าตระกูลไม่น่าโลภมากเกินไป ถ้าเขาไม่ได้สั่งให้นายน้อยสามไปเอาธนูสุริยันจันทรามาจากตระกูลหวงในระหว่างการแข่งขัน เรื่องทั้งหมดคงไม่ลงเอยเช่นนี้ ในท้ายที่สุด เราก็ไม่ได้ทั้งธนูแถมยังต้องเสียสมบัติผนึกภูผาไปอีก นี่เป็นความอัปยศจริง ๆ”“ลืมไปเถอะ ผู้อาวุโสสี่ ไม่มีประโยชน์ที่จะคิดเกี่ยวกับเรื่องนี้อีกต่อไป ตอนนี้เราควรพบกับเจี้ยนเฉินและหวังว่าเราจะสามารถขอยุทธภัณฑ์ผู้คุมกฏคืนมาได้ นี่ กินนี่สิ” ผู้อาวุโสสามพูดขณะที่เขาส่งโอสถเม็ดสีแดงให้ผู้อาวุโสสี่ผู้อาวุโสสี่มีความเชื่อมั่นอย่างมากในตัวผู้อาวุโสสาม โดยไม่มีคำถามอื่นเขาจึงหยิบเม็ดโอสถขึ้นมาและกลืนลงไปหลังจากนั้นผู้อาวุโสทั้งสองมุ่งหน้าไปยังโรงเตี๊ยมที่เจี้ยนหัวได้เล่าอย่างชัดเจนว่าเจี้ยนเฉินพักอยู่ที่นั่นในขณะนี้เจี้ยนเฉินอยู่บนเตียงและกำลังศึกษาทักษะทักษะมายาพริบตาอีกครั้ง เมื่อเขาสัมผัสว่ามีคนมา เขาก็ลืมตาและจ้องมองพวกเขาผู้อาวุโสสามจ้องเจี้ยนเฉินอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะชมเชยว่า “ไม่น่าแปลกใจเลยที่เจ้าคือราชาแห่งทหารรับจ้างที่มีพรสวรรค์เช่นนี้ เจี้ยนเฉิน เรามาจากตระกูลชิ หากนายน้อยสามชิเซียงกรานของเราเคยทำให้เจ้าขุ่นเคืองในอดีต เราอยากจะขอโทษเจ้าอย่างจริงใจและหวังว่าเจ้าจะไม่โกรธแ