ท้ายเพื่อหลีกเลี่ยงการปะทะเจี้ยนเฉินใช้ทักาะมายาพริบตาอย่างสุดความสามารถ เขาหมุนไปรอบ ๆ ซาร์เอี้ยอย่างรวดเร็ว ในเวลาไม่กี่นาที ชายทั้งสองได้ผลัดกันโจมตีกันหลายครั้งโดยที่ไม่มีใครทำอะไรอีกฝ่ายได้เลยพลังที่น่าเกรงขามมาจากยุทธภัณฑ์ผู้คุมกฎของซาร์เอี้ยทำให้เกิดความกลัวในหัวใจของเจี้ยนเฉิน เขารู้ด้วยว่าเขาไม่กล้าเสี่ยงที่จะโจมตีซาร์เอี้ยเพราะเขาเกรงว่ายุทธภัณฑ์ผู้คุมกฎอาจจะสามารถตัดตัวเขาครึ่งหนึ่งได้ ด้วยปริมาณพลังงานจำนวนมหาศาลที่ถูกปลดปล่อยออกมาจากยุทธภัณฑ์ผู้คุมกฎ เขาไม่ต้องการทดสอบมันทันใดนั้นแสงสว่างก็ปรากฏขึ้นในดวงตาของเจี้ยนเฉินในขณะที่เขาพุ่งไปข้างหลังและแทงซาร์เอี้ยด้วยปราณกระบี่สีม่วง-ฟ้า ชุดเกราะที่ซาร์เอี้ยสวมใส่นั้นแข็งแกร่งพอที่แม้แต่หมิงตงก็คงไม่อาจทำอะไรเขาได้ การโจมตีปกติของเจี้ยนเฉินไม่เพียงพอที่จะจัดการเขา ดังนั้นเขาจึงจำเป็นต้องยืมพลังของปราณกระบี่สีม่วง-ฟ้าซาร์เอี้ยตะโกนด้วยความโกรธเคือง เขานำยุทธภัณฑ์ผู้คุมกฎเข้ามาใกล้เพื่อให้กระบี่วายุโปรยไร้ประโยชน์และจัดการกับปราณกระบี่ให้กระจายออกไป“หืมม ข้า เจี้ยนเฉินสงสัยว่าข้าจะไม่สามารถรับมือกับสถานการณ์นี้ได้” เขาแค่นเสียงออกใสก่อนที่จะเปิดเผยดวงตาที่เต็มไปด้วยความโกรธเหมือนมีลูกไฟอยู่ข้างใน ในไม่ช้ากระบี่วายุโปรยก็แยกออกจากมือของเขาและเปลี่ยนเป็นแสงสีเงินที่ยิงเข้าหาซาร์เอี้ยด้วยความเร็วของสายฟ้า ดูเหมือนว่ากระบี่วายุโปร