มองเจี้ยนเฉินและกล่าวว่า เจ้ากล้ามาวัดความแข็งแกร่งกันหรือไม่? หรือว่าเจ้ารู้เพียงแต่วิธีหลบอยู่หลังหญิงสาว ? หากเป็นอย่างนี้เจ้าจะแตกต่างจากคนขี้ขลาดได้อย่างไร ? ชิเซียงกรานพูดเยาะเย้ยเจี้ยนเฉิน
ใบหน้าของเจี้ยนเฉินมืดครึ้มลงขณะที่เขาจ้องไปที่ชิเซียงกราน พร้อมกับแผ่จิตสังหารออกไปอย่างไม่ปิดบัง พร้อมกับรวบรวมพลังเซียนจำนวนมากอยู่ในฝ่ามือของเขาและกลายเป็นกระบี่วายุโปรยก่อนที่จะเดินไปหาชิเซียงกรานอย่างช้า ๆ ตอนนี้เขาวางแผนที่จะใช้ปราณกระบี่ม่วง-ฟ้าเพื่อทดสอบมันอย่างที่คิดเอาไว้ แม้ว่าเขาจะไม่แน่ใจว่าพวกมันจะทำลายม่านป้องกันได้หรือไม่ เจี้ยนเฉินก็ยังคงต้องการลอง
เมื่อเห็นว่าเจี้ยนเฉินยังคงต้องการต่อสู้กับชิเซียงกราน หญิงสาวชุดเหลืองก็อดไม่ได้ที่จะกังวลก่อนที่จะวิ่งออกไปหยุดเจี้ยนเฉินและหันหน้าไปเผชิญกับชิเซียงกราน และพูดอย่างโกรธแค้นว่า ชิเซียงกราน เจ้ามันน่ารังเกียจ ถ้าไม่ใช่เพราะว่าเจ้ามีม่านพลังป้องกัน เจ้าคงถูกฆ่าไปนานแล้ว! เจ้ามีคุณสมบัติใดที่จะท้าทาย ? หากเจ้าเป็นลูกผู้ชายจริง ๆ เจ้าก็เก็บม่านพลังและมาต่อสู้อย่างที่ลูกผู้ชายเขาทำกัน
ทันใดนั้นใบหน้าของชิเซียงกรานก็เปลี่ยนเป็นไม่น่ามองเมื่อเขาได้ยินคำพูดของหญิงสาวชุดเหลือง เพราะคำเหล่านั้นมันดันบังเอิญไปถูกจุดอ่อนของชิเซียงกราน เขาหันกลับมาจ้องนางก่อนที่จะตะโกน เจ้ามันสารเลว นังแพศยา !
เจ้า… หญิงสาวจ้องกับไปยังชิเซียงกรานจนตาแทบจะถ