ยินอย่างนั้นเจี้ยนเฉินก็หัวเราะ “ข้าแน่ใจว่าข้าได้ยินชิเซียงกรานพูดว่าเขาจะส่งคนไปจัดการกับลุงทั้งสองของเจ้า เจ้าก็จะไม่เหลือคนคุ้มครอง”นางกำมือแน่นและตะโกนว่า “ตระกูลชิช่างน่าขยะแขยง ! พวกเขาพยายามที่จะเอาธนูสุริยันจันทราของเราไป พวกเขาต้องวางแผนทุกอย่างไว้ก่อนแล้ว ! “เจี้ยนเฉินรู้สึกตื่นเต้นกับสิ่งนี้ “ชิเซียงกราน มีม่านพลังกป้องเขาทำให้เขาน่าสนใจมากขึ้น. ถึงแม้เขาจะมียุทธภัณฑ์ผู้คุมกฎ เขาก็คงเตรียมพร้อมตลอดเวลา ดูเหมือนว่าธนูสุริยันจันทราของตระกูลหวงจะต้องตกอยู่ในมือของพวกเขา”หญิงสาวตะคอกขณะที่นางกระโดดพร้อมกับยกแขนชี้หน้าพร้อมกับจ้องมองเจี้ยนเฉินอย่างดุดัน ” เจ้าทึ่ม เจ้าควรเรียนรู้ที่จะหุบปาก ไม่อย่างนั้นข้าจะสับเจ้าให้แหลกเป็นชิ้น ๆ ! ““ฮ่าฮ่า ทั้งหมดที่ข้าพูดคือความจริง” เจี้ยนเฉินไม่กลัวเพราะเขามั่นใจในสิ่งที่พูด“เจ้า..” หญิงสาวยังคงจ้องมองเจี้ยนเฉินอย่างโกรธเคืองชั่วครู่หนึ่งก่อนที่จะถอนหายใจและเดินไปที่ปากถ้ำการที่นางเดินออกไปคือสิ่งที่เจี้ยนเฉินต้องการ เจี้ยนเฉินฟังเสียงฝีก้าวของนางถอยห่างไปเรื่อย ๆ เขาจึงเริ่มใช้พลังเซียนธาตุแสงในการรักษาตัวเองและเขายังต้องคอยเงี่ยหูฟังว่านางอยู่ไกลแค่ไหนพลังเซียนธาตุแสงรวมตัวกันช้า ๆ และก็ทำให้ถ้ำที่มืดมิดสว่างขึ้นมาในทันที พลังเซียนธาตุแสงเริ่มควบแน่นเป็นแสงสีขาวนวลที่ทำให้ด้านในของถ้ำดูเหมือนว่าเป็นเวลากลางวัน ภายในถ้ำที่มืดมิดก่อนหน