ยนเฉินจึงออกจากตระกูลเทียนฉินด้วยสัตว์อสูรจากเมืองหว่าลู่เหริน
“เจี้ยนเฉินออกจากตระกูลเป็นไปได้ว่าอาจจะมุ่งหน้าไปยังสถานที่ห่างไกล ไปรายงานเรื่องนี้กับผู้อาวุโสหวู่ ยามที่ยืนอยู่ข้างประตูพูดกับอีกคนหนึ่งขณะที่พวกเขาดูเจี้ยนเฉินออกจากบริเวณนั้น
ภายในลานกว้างที่แยกกัน ผู้อาวุโสหวู่และชายอีกคนที่อายุเท่ากัน ในขณะที่เขานั่งด้วยกันที่โต๊ะเดียวกัน
“ผู้อาวุโสหวู่ บ่าวรับใช้ที่ซื่อสัตย์ของท่านมีข่าวที่ต้องรายงาน ! ” ทันใดนั้นมียามคนหนึ่งวิ่งเข้ามาในลานแล้วตรงไปยังผู้อาวุโสหวู่
เมื่อได้ยินอย่างนี้ดวงตาของผู้เฒ่าก็หรี่ลงเมื่อเขามองยามด้วยท่าทางที่น่ารำคาญ “เจ้าไม่รู้หรือว่ามันเป็นสิ่งต้องห้ามที่จะรบกวนข้าเมื่อข้าเล่นหมากรุกอยู่กับคนอื่น” ผู้อาวุโสพูดด้วยความโกรธ
“ผู้อาวุโสหวู่ นี่เป็นคำสั่งส่วนตัวที่ท่านสั่งให้เราทำเป็นอันดับแรก ท่านบอกให้เรารายงานกับท่านโดยตรงไม่ว่าเวลาใด” ผู้คุ้มกันพูด
ณ จุดนี้ หัวใจของผู้อาวุโสกระตุก เมื่อเขาตะโกนออกไปที่ผู้คุ้มกัน “เจ้าเข้ามาได้” อนุญาตให้ผู้คุ้มกันเข้ามาในลานด้านใน
“ตาเฒ่าหวู่ มีอะไรที่สำคัญมาก? จนไม่สามารถรอให้เกมหมากรุกของเราจบหรือ?” ผู้อาวุโสที่นั่งตรงกันข้ามถาม
“ผู้อาวุโสเหอ ข้ามีเรื่องเร่งด่วนที่จะต้องทำ เกมหมากรุกคงต้องรอไปก่อน” ผู้อาวุโสหวู่พูดโดยไม่หันมามองขณะที่เขาติดตามผู้คุ้มกันไป
เมื่อเขาออกจากลาน ผู้อาวุโสหวู่หันกลับมามองผู้คุ้มกัน โดยไม่ต้