นเฉินด้วยสายตาที่มืดมัวและความอัปยศในวันนี้ที่เขาได้รับนั้นเป็นเพราะเจี้ยนเฉินฉินเซียวเดินไปหาเจี้ยนเฉินเพื่อดูว่าเขาได้รับบาดเจ็บหรือไม่ ก่อนที่จะตบไหล่ถามเขา น้องเจี้ยนเฉิน เจ้าไม่เป็นไรใช่หรือไม่ ?ฮ่าฮ่า ข้าไม่เป็นไร มันเป็นเรื่องดีที่พี่ฉินเซียวมาอย่างรวดเร็ว ไม่อย่างนั้นผลลัพธ์มันอาจจะแตกต่างออกไป เจี้ยนเฉินหัวเราะพร้อมกับเหล่สายตาไปยังชายสองคนที่เฝ้าบันได ชายสองคนที่เฝ้าบันไดต่างก็มองเขามาด้วยสายตาที่อ่อนโยน เมื่อเห็นว่าเจี้ยนเฉินเป็นสหายกับฉินเซียว พวกเขามีความลังเลอยู่ครู่หนึ่งก่อนที่จะหายไปและไม่ได้พูดอะไรหลังจากที่เยี่ยมชมศาลาสมบัติ เจี้ยนเฉิน, หมิงตงและฉินเซียวก็เดินออกมาจากตัวอาคารและกลับไปยังตระกูลเทียนฉินภายในตระกูลเทียนฉิน เจี้ยนเฉินและหมิงตงต่างก็กลับเข้าไปในห้องที่สวยงามอีกแห่ง คราวนี้ฉินเซียวยิ่งสนิทสนมกับพวกเขามากกว่าแต่ก่อนเมื่อเจี้ยนเฉินเข้ามาในห้องของเขาแล้ว เขาก็ปิดประตูและหน้าต่างเพื่อบดบังแสงสว่างภายนอกทั้งหมดทำให้ห้องกลายเป็นมืดสลัว ๆเจี้ยนเฉินนั่งอยู่บนเตียงของเขาและหยิบหินหลากสีที่เขาซื้อมาจากศาลาสมบัติออกมาจากเข็มขัดมิติ ทันทีที่หินหลากสีปรากฏอยู่ในมือของเขา จิตวิญญาณกระบี่ภายในตันเถียนของเขาก็เริ่มสั่นอีกครั้งและส่งความรู้สึกที่มีความสุขเข้ามาในใจของเจี้ยนเฉินในเวลาเดียวกันหินหลากสีก็เริ่มเปล่งแสงไปทั่วทั้งห้อง ทันใดนั้นห้องที่มืดสลัวก็ถูกแสงของหินส่อง