ำลังรวมตัวกันต่อสู้กับอาณาจักรเกอซุน เจี้ยนเฉินก็อดไม่ได้ที่จะรู้สึกเป็นห่วงตระกูลเจียงหยาง ในความเป็นจริงเขารู้สึกอยากกลับไปยังอาณาจักรเกอซุน แต่ความคิดนั้นก็ถูกสลัดทิ้งทันที เขาไม่ได้เป็นคนหุนหันพลันแล่น เขารู้ถึงพลังของตัวเองดี เขาอาจจะสามารถจัดการกับเซียนปฐพีได้เพราะจิตวิญญาณกระบี่สีม่วง-ฟ้า แต่เมื่อเทียบกับเซียนสวรรค์ เขาจะไม่มีโอกาสได้ตอบโต้แม้แต่น้อย แม้ว่าเขาจะไม่เคยต่อสู้กับเซียนสวรรค์มาก่อน มันก็ไม่ยากที่จะคาดเดาผลลัพธ์ด้วยระดับพลังในปัจจุบันของเขาเมื่อก้มลงไปตักอาหารในจานอีกครั้ง มันไม่ได้เอร็ดอร่อยเหมือนเมื่อสักครู่ เจี้ยนเฉินไม่ได้มีความรู้สึกอยากอาหารแบบเดิมอีกต่อไปแล้ว เขาทนฝืนกินต่อไปในขณะนั้นทหารที่ดูเหมือนจะเป็นผู้บัญชาการทหารพูดขึ้นมา “พวกเจ้าคิดว่าผู้อาวุโสจะมาปรากฏตัวหรือไม่ ? แม้ว่าเขาจะหายไปในช่วงหลายปีที่ผ่านมา เป็นไปได้มากว่าเขาตายไปแล้ว แต่ในที่สุดแล้วยังคงเป็นเพียงการคาดเดา”“บรรพชนผู้นั้นไปถึงจุดสูงสุดแล้ว. หลังจากหายไป 10 ปี,ข้าพนันได้เลยว่าเขากำลังมองหาหนทางที่จะพัฒนา” ทหารอีกคนพูด” จากนั้นเขาจะทำได้หรือ? หากเขาตัดผ่านได้ เขาจะ..”หุบปาก ! นั่นเป็นไปไม่ได้ ! จากนี้ไปอย่าพูดอย่างนั้น ” ทันใดนั้นชายอีกคนก็เตือนให้เขาเงียบเจี้ยนเฉินนั่งเคี้ยวอาหารขณะเดียวกันก็เอียงศีรษะไปฟังผู้ชายที่พูด จากบทสนทนาของพวกเขา เจี้ยนเฉินก็พบข้อมูลที่สำคัญอยู่บ้าง ความจริงที่สำค