พวกเขาไม่สามารถเห็นหรือคาดเดาการเคลื่อนไหวของเจี้ยนเฉินได้ นอกเหนือไปจากนั้น พวกเขาก็กลัวว่าจะไปโดนพวกเดียวกันอีกเมื่อเห็นว่าคนในตระกูลล้มตายไปเรื่อย ๆ หัวใจของหัวหน้าตระกูลก็เต้นแรงในขณะที่เขาคำรามออกมา “ทุกคน หลีกทางไป ! “หลังจากที่เขาสั่ง คนในตระกูลทุกคนก็กระจายตัวออกและปล่อยให้หัวหน้าตระกูลของพวกเขาสู้กับเจี้ยนเฉิน ในตอนที่ทุกคนเคลื่อนออกไป หัวหน้าตระกูลก็สามารถจับตำแหน่งของเจี้ยนเฉินได้ และเขาไม่ลังเลที่จะจามขวานไปที่หัวของเจี้ยนเฉินทันทีเมื่อสัมผัสได้ถึงคลื่นลมที่จู่ ๆ ก็พุ่งมาทางเขา สายตาของเจี้ยนเฉินก็เป็นประกายในขณะที่เขายกกระบี่วายุโปรยขึ้นมา ทันใดนั้นเอง แสงสีม่วง-ฟ้าก็ปรากฏออกมา ทำให้เจี้ยนเฉินกล้าที่จะเอากระบี่ออกมารับขวานของหัวหน้าตระกูลเจี้ยนเฉินค่อนข้างคุ้นเคยกับปราณกระบี่สีม่วง-ฟ้าแล้ว ในตอนนี้เขาต้องการที่จะทดสอบว่าเขาสามารถที่จะทำลายอาวุธเซียนของเซียนปฐพีได้หรือไม่
“ฮ่าฮ่า แบบนั้นเองหรือ? ถ้างั้นข้าก็ต้องขอบคุณท่านทั้งสามมากที่ช่วยเหลือ” เจี้ยนเฉินหัวเราะอย่างมีความสุข เมื่อมีทั้งสามคนนี้ กำลังของพวกเขาคงเพิ่มขึ้นหลายเท่า
หลังจากนั้นเจี้ยนเฉินและศิษย์ของนิกายเที้ยนหัวก็ไม่เสียเวลาพูดคุยต่อและขี่สัตว์อสูรออกไปไกลทันทีในตอนนี้ก็เกือบที่จะถึงรุ่งสางของวันใหม่แล้ว ท้องฟ้ายังคงมืดอยู่เพราะว่ามีเมฆบดบังพระจันทร์อยู่เล็กน้อย ลึกเข้าไปในท้องฟ้า มีเสียงฟ้าร้องดังอยู่ไกล