นตระกูลทุกคนก็กระจายตัวออกและปล่อยให้หัวหน้าตระกูลของพวกเขาสู้กับเจี้ยนเฉิน ในตอนที่ทุกคนเคลื่อนออกไป หัวหน้าตระกูลก็สามารถจับตำแหน่งของเจี้ยนเฉินได้ และเขาไม่ลังเลที่จะจามขวานไปที่หัวของเจี้ยนเฉินทันทีเมื่อสัมผัสได้ถึงคลื่นลมที่จู่ ๆ ก็พุ่งมาทางเขา สายตาของเจี้ยนเฉินก็เป็นประกายในขณะที่เขายกกระบี่วายุโปรยขึ้นมา ทันใดนั้นเอง แสงสีม่วง-ฟ้าก็ปรากฏออกมา ทำให้เจี้ยนเฉินกล้าที่จะเอากระบี่ออกมารับขวานของหัวหน้าตระกูลเจี้ยนเฉินค่อนข้างคุ้นเคยกับปราณกระบี่สีม่วง-ฟ้าแล้ว ในตอนนี้เขาต้องการที่จะทดสอบว่าเขาสามารถที่จะทำลายอาวุธเซียนของเซียนปฐพีได้หรือไม่
ในตอนนี้ กลุ่มใหญ่ได้ไปพักผ่อนแล้ว ดังนั้นจึงมีเพียงบางคนที่เดินตรวจตราไปมาระหว่างกระโจมในขณะที่คนที่เหลือกำลังใส่ดุ้นฟืนในกองไฟอยู่
“ปัง!”
เสียงฟ้าร้องดังขึ้นมาอย่างกะทันหันดังแสบหูไปทั้งค่ายพักแรมพร้อมกับแสงสว่างวาบ ทันใดนั้นเอง ทั้งค่ายก็สว่างเหมือนตอนกลางวันหลังจากนั้น ฝนห่าใหญ่ก็ตกลงมาจากท้องฟ้าและดับกองไฟทำให้ค่ายพักแรมตกอยู่ในความมืดมิดทันที ฝนที่ตกลงมาทำให้ไม่ได้ยินเสียงอะไรเลย“โชคร้ายจริงที่พวกเราต้องมาเจอสภาพอากาศที่เลวร้ายแบบนี้” หนึ่งในคนที่ตรวจตราสบถออกมาในขณะที่เขาคลานเข้าไปในกระโจมเพื่อที่จะหลบฝนห่างออกไป 500 เมตร ร่างของชายหลายคนก็ซุ่มเข้ามาใกล้เรื่อย ๆ โดยมีฝนและความมืดมิดคอยปิดบังร่างของพวกเขาอยู่ เสียงฝนช่วยกลบเสียงฝีเท้าขอ