ัตว์อสูรมากมายที่อยู่ใกล้และขนของมันติดไฟได้ง่ายไฟก็ลุกลามออกไปอย่างรวดเร็ว
ด้านล่างของกำแพง สัตว์อสูรนั้นอยู่ในความสับสนวุ่นวาย แม้ว่าพวกมันจะขาดสติปัญญา แม้แต่สัตว์อสูรที่โง่เขลาก็สามารถบอกได้ว่าพวกมันกำลังอยู่ในไฟและจะตายหากพวกมันอยู่ที่นั่น ดังนั้นสัตว์อสูรจึงกระจัดกระจายไปเพื่อหลีกเลี่ยงรัศมีการสาดของน้ำมัน
อย่างไรก็ตามน้ำมันยังคงเหมือนฝนที่ตกลงมาจากกำแพง ถึงแม้น้ำมันจะมีความต่อเนื่อง แต่ฝูงสัตว์อสูรก็เข้ามาอย่างไม่สิ้นสุด แม้ว่าในที่สุดมันก็จะวิ่งหนีออกไป ในช่วง 2 เค่อของการต่อสู้ น้ำมันก็หมดแต่ก็ได้ทำความเสียหายให้เกิดขึ้น น้ำมันได้ทำลายสัตว์อสูรมากมายและเผาผลาญพวกมันจนตาย
ตอนนี้ไม่มีการคุกคามของน้ำมันอีกต่อไปแล้ว สัตว์อสูรที่ยังมีชีวิตอยู่ก็รีบดับไฟที่เหลือและพุ่งไปที่กำแพงอีกครั้ง สัตว์อสูรที่มีความคล่องแคล่วก็เริ่มปีนขึ้นไปบนกำแพงอีกครั้งพร้อมกับงูพิษจำนวนมาก
บรรดาสัตว์อสูรที่วิ่งขึ้นไปบนกำแพงก็ถูกฟันด้วยอาวุธเซียนทั้งหลายทันที ส่งร่างที่ถูกแบ่งออกเป็นสองซีกซึ่งร่วงกลับมายังพื้นดิน
ในขณะเดียวกันทหารก็รีบวิ่งไปที่หยุนหลีแล้วกล่าวว่า “รายงานท่านเจ้าเมือง หน้าไม้ได้ถูกยิงไปหมดแล้วไม่เหลือลูกศรเหลือแม้แต่ดอกเดียว ! “
เมื่อมองไปที่ฉากด้านล่าง หยุนหลีพยักหน้าเล็กน้อยก่อนที่จะร้องว่า “เปิดประตู โจมตี ! “
อาวุธที่น่าสะพรึงกลัวที่สุดของเมืองเวคที่ใช้ต่อสู้กับคลื่นสัตว์อสูรก็คือปืน