วมเสื้อคลุมสีดำและไม่ได้ดูเหมือนว่าพวกเขาจะต้องการพูดคุย แม้ว่าจะมีใครบางคนพยายามที่จะคุยกับเขาแต่ก็ดูเหมือนว่าทูตทั้งสองก็ไม่สนใจแม้กระทั่งชายตามองเจ้าเมืองหยุนหลี สถานการณ์ตอนนี้เป็นอย่างไรบ้าง? เจี้ยนเฉินถามเจ้าเมืองเบา ๆหยุนหลียังคงจ้องมองออกไปนอกเมืองโดยไม่เปลี่ยนสีหน้าของเขา มันไม่อาจแน่ใจนัก คลื่นสัตว์อสูรในครั้งนี้มีสัตว์อสูรมากเป็นพิเศษ น้องเจี้ยนเฉินลองดู จำนวนของพวกมันแทบนับไม่ได้เจี้ยนเฉินเริ่มเคร่งขรึมหลังจากที่ได้ยินอย่างนั้น ขณะที่เขาจ้องมองไปยังจุดที่หยุนหลีชี้และเห็นพายุสีดำที่เกิดจากสัตว์อสูรค่อย ๆ เดินมาที่เมือง เขาไม่อาจมองเห็นได้ว่ามันเป็นสัตว์แบบใด และไม่อาจนับมันมีทั้งหมดกี่ตัวจากปรากฏการณ์นี้ ดวงตาของเจี้ยนเฉินจึงเพ่งสมาธิมองเพื่อเห็นว่ามันสัตว์อสูรที่เดินมาเบื้องหน้าเหล่านี้เป็นตัวอะไร ท้ายที่สุดสัตว์อสูรระดับ 5 ที่เป็นหัวหน้าพวกมันก็มีสติปัญญาเทียบเท่ากับมนุษย์ และมันก็มีพลังเพียงพอที่จะควบคุมสัตว์อสูรตัวอื่น ๆคลื่นสัตว์อสูรคราวนี้ค่อนข้างแตกต่าง ท่านหยุนหลี ข้าจำได้ว่าคลื่นสัตว์อสูรครั้งสุดท้ายนั้นสัตว์อสูรต่างก็พุ่งเข้าใส่กำแพงอย่างไร้ความปราณี ครั้งนี้พวกมันเดินเข้ามาทำไมมันถึงได้มีระเบียบเช่นนั้น ? ผู้อาวุโสผมขาวคนหนึ่งพูดขึ้นมาอย่างสับสนถูกต้อง ครั้งสุดท้ายที่เมืองเวคถูกจู่โจมนั้นแตกต่างจากครั้งนี้อย่างสิ้นเชิง ชายวัยกลางคนอีกคนหนึ่งพูดขณะที่เขามองไปท