งออกไปไม่กี่ก้าวเมื่อเขาเห็นเจี้ยนเฉินเดินพร้อมกับมองอย่างหวาดกลัว ในขณะนั้นเขาก็ตระหนักได้ถึงบางอย่างมากกว่าหยุนหลี ทั้งคู่รู้ดีว่าพลังเซียนที่พวกเขาภาคภูมิใจก็ยังไม่อาจป้องกันตัวของพวกเขาจากพลังเหล่านี้เมื่อเห็นว่าเซียนปฐพีทั้งสองยังระแวดระวังจากพลังของจิตวิญญาณกระบี่ม่วง-ฟ้า เจี้ยนเฉินก็อดไม่ได้ที่จะรู้สึกพึงพอใจ ท่านหยุนหลีและทูตอาวุโสทั้งสอง โปรดให้อภัยกับผู้น้อยที่ไม่อาจควบคุมพลังที่ระเบิดออกมาอย่างฉับพลันได้ในช่วงเวลาหนึ่ง และมันจะไม่เกิดขึ้นอีกต่อไปเมื่อมองไปที่สภาพแวดล้อมรอบ ๆ ทูตทั้งสองก็ไม่อาจทำอะไรได้พวกเขายังคงมีใบหน้าที่แสดงให้เห็นถึงความหวาดกลัวอยู่บนใบหน้าของพวกเขา พลังนี้คือพลังอะไรกัน ?เจี้ยนเฉินส่ายหน้าพร้อมกับถอนหายใจ ทูตทั้งสองโปรยกโทษให้ข้าด้วย มีบางอย่างที่ไม่อาจพูดออกมาได้ อย่างไรก็ตามการระเบิดของพลังนี้จะไม่เกิดขึ้นหากว่าข้ายังควบคุมมันไว้อยู่ หากข้าทำผิดไป ข้าก็ขอให้ผู้อาวุโสยกโทษให้ด้วยไอ๊หยา ไม่มีปัญหา ไม่มีปัญหาอะไรเลย หากว่าเราอยู่ในสถานการณ์แบบนี้เราก็ไม่อาจควบคุมมันได้เหมือนกัน หากว่าข้าไม่พยายามทดสอบเจ้าด้วยปราณของข้า พลังของเจ้าก็จะไม่ระเบิดออกมา ทูตซึ่งใบหน้าอ่อนโยนตอบกลับมาทันที หลังจากที่เขามาที่เมืองเวค เขาได้ยินเกี่ยวกับความสำเร็จของเจี้ยนเฉินอย่างมาก เขาก็อดสงสัยไม่ได้ว่าคนที่ชื่อเจี้ยนเฉินนี้เป็นใครและเป็นคนอย่างไร พวกเขาจึงต้องทดสอบความแข็ง