ขณะนี้เต้าหลีก็กลับมาพร้อมกับท่าทางที่จริงจัง หลังจากทักทายทูตทั้งสองแล้วเขาก็หัวไปหาหยุนหลีทันที ใต้เท้า ข้าเพิ่งได้รับรายงานว่าสัตว์อสูรกลุ่มแรกได้ออกจากป่ามายังเมืองเวคแล้วทันใดนั้นทุกคนก็หยุดพูด หยุนหลีจ้องกลับมาล้ำลึกและถาม มีจำนวนเท่าไร?!เยอะเกินกว่าจะนับได้ ! เต้าหลีตอบอย่างจริงจังมีร่องรอยของสัตว์อสูรระดับ 5 หรือไม่ ? คาตาต้าถามตามรายงานพวกเขาบอกว่ามันยากเกินกว่าหน่วยสอดแนมของเขาจะเข้าไปในเทือกเขาสัตว์อสูรได้ พวกเขาทำได้เพียงอยู่รอบนอก ดังนั้นพวกเขาจึงไม่อาจหาร่องรอยใด ๆ ได้เลย เต้าหลีป้องมือพร้อมกับคำนับขอโทษเต้าหลี เตรียมการป้องกันเมืองทันที ! ถอนกำลังสอดแนมและปิดประตูทันที อย่าให้ใครออกไปได้ ! หยุนหลีคำรามออกมาราวกับฟ้าร้อง ขณะที่เขาเด้งตัวลุกขึ้นจากที่นั่งของเขาก่อนที่จะวิ่งออกจากห้องไป
ทูตทั้งสองก็ถอยหลังออกไปไม่กี่ก้าวเมื่อเขาเห็นเจี้ยนเฉินเดินพร้อมกับมองอย่างหวาดกลัว ในขณะนั้นเขาก็ตระหนักได้ถึงบางอย่างมากกว่าหยุนหลี ทั้งคู่รู้ดีว่าพลังเซียนที่พวกเขาภาคภูมิใจก็ยังไม่อาจป้องกันตัวของพวกเขาจากพลังเหล่านี้
เมื่อเห็นว่าเซียนปฐพีทั้งสองยังระแวดระวังจากพลังของจิตวิญญาณกระบี่ม่วง-ฟ้า เจี้ยนเฉินก็อดไม่ได้ที่จะรู้สึกพึงพอใจ ท่านหยุนหลีและทูตอาวุโสทั้งสอง โปรดให้อภัยกับผู้น้อยที่ไม่อาจควบคุมพลังที่ระเบิดออกมาอย่างฉับพลันได้ในช่วงเวลาหนึ่ง และมันจะไม่เกิดขึ้นอีกต่อไปเมื่อมองไปที