ทั้งสองคนแม้ว่าเจี้ยนเฉินจะไม่อาจเคลื่อนไหวได้แม้แต่เพียงก้าวเดียวภายใต้แรงกดดันปราณ แต่เขาก็ยังไม่ยอมอ่อนข้อให้กับชายทั้งสองคน พลังเซียนภายในของเขายังคงแพร่กระจายและพยายามที่จะต่อต้านแรงกดดันปราณที่อยู่รอบ ๆ ตัวของเขา ใต้ฝ่าเท้าของเจี้ยนเฉินเริ่มมีรอยปริแตกและมันก็เริ่มร้าวเป็นแนวยาวโดยที่มีเท้าของเขาเป็นศูนย์กลาง หลังจากนั้นหินที่อยู่ใต้เท้าของเขาก็แตกและตัวเขาก็เริ่มจมลงอย่างช้า ๆเมื่อเห็นว่าทูตจากเมืองจักพรรดิลงมือต่อเจี้ยนเฉินอย่างนั้น หยุนหลีก็ไม่อาจช่วยอะไรได้นอกจากทำหน้าวิตกกังวลอยู่ข้าง ๆ ในใจของเขาเชื่อมั่นแล้วว่าเจี้ยนเฉินเป็นลูกชายคนสุดท้องของตระกูลที่มีอิทธิพลบางอย่างที่มีความสามารถมาก ๆ ในทุก ๆ ร้อยหรือพันปี หากเด็กที่อายุเท่าเขาทะลวงเข้ามาถึงขอบเขตเซียนผู้เชี่ยวชาญพิเศษได้ มันก็เป็นเรื่องยากที่จะบอกว่าขีดจำกัดของเขาจะไปถึงไหนหรือว่าสูงเท่าไร หากทูตอาวุโสคนนี้ต้องการรุกรานเจี้ยนเฉิน เขาก็ไม่แน่ใจว่าจะเกิดอะไรขึ้นในภายหลัง สิ่งสำคัญที่สุดคือถ้าเจี้ยนเฉินยังคงเก็บความขุ่นข้องหมองใจอยู่หลังจากจบปัญหานี้แล้ว แน่นอนว่าปัญหาที่น่าปวดหัวเรื่องใหม่ก็จะตามมาอย่างแน่นอนแม้ว่าจะมีความกังวลบนใบหน้าของหยุนหลี แต่ทูตทั้งสองก็ไม่สนใจสีหน้าของเขาเลย ดังนั้นหลังจากที่ลองพยายามยับยั้งไปแล้วครั้งหนึ่ง ทั้งสองก็ไม่พูดอะไรให้มากความและมีใบหน้าที่ดูโกรธ ๆ เมื่อยังเห็นเขายังคงยืนอยู่ในด้านข