ีกทางไป ! ทุกคนหลีกทางไป…”ในตอนนี้เอง เสียงดังมากก็ดังขึ้นมาจากด้านหลังของกลุ่ม กลุ่มคนที่ยืนออกันอยู่ใกล้ ๆ ลานของตระกูลโจวก็เห็นกลุ่มชายในชุดเกราะหนักพร้อมด้วยอาวุธที่กำลังวิ่งเข้ามาทางพวกเขา“เอ๊ะ? ไม่ใช่ว่านั่นเป็นท่านเจ้าเมืองของเมืองเวคหรือ ? ข้าไม่คิดว่าเขาจะมาที่นี่เช่นกัน”กลุ่มชายชุดเกราะหนักเดินมาทางกลุ่มคน ชายคนหนึ่งใส่เสื้อสีดำยืนอยู่ ตาของเขาเป็นประกายอย่างตั้งใจที่เฉียบคมเหมือนดาบของเขา จากมุมมองของคนปกติ ผิวของชายคนนี้เป็นสีทองแดงและเมื่อรวมกันรูปร่างของเขาแล้ว ชายคนนู้มีท่าทางค่อนข้างคุกคามนี่เป็นเจ้าเมืองของเมืองเวค หยุนหลีภายใต้การคุ้มกันของยามรักษาการของเมือง เจ้าเมืองเวคก็เดินมาที่ลานของตระกูลโจว เขาก้าวผ่านประตูไป และเห็นเพียงศพเกลื่อนกลาดเท่านั้นหยุนหลีเดินต่อไปอีกสองสามก้าวก่อนที่จะหยุดและมองไปที่ศพด้วยท่าทางหนักใจ ในที่สุด สายตาของเขาก็หยุดไปที่ร่างของโจวบูตงก่อนที่ใบหน้าของเขาจะแข็งเหมือนหิน“เห้อ ! ” หยุนหลีร้องออกมาในขณะที่เขาหลับตาลงด้วยความเสียใจคนที่ยืนอยู่ถัดจากเขาเป็นผู้บัญชาการป้องกันเมืองเวค เต้าหลี เขาถอนหายใจและเชื่อไม่ลงในสิ่งที่เขากำลังเห็น ก่อนที่จะพูดออกมาด้วยน้ำเสียงเสียใจ “ท่านเจ้าเมือง พวกเรามาสายไป”หลังจากนั้น หยุนหลีก็ลืมตาในขณะที่เขาจ้องไปที่ร่างหลายร่างที่เกลื่อนกลาดไปบนพื้น เขาข่มความเสียใจในใจไปในที่สุด จากนั้นเขาก็ตระหนักได้ว่าทุกคนนั