จากนั้น เจี้ยนเฉินก็ไม่รีรอและฟันกระบี่วายุโปรยเพื่อโจมตีไปที่โจวบูตงทันทีในตอนนี้เอง กลุ่มชายชุดเกราะหนักก็กรูเข้ามาในลานของตระกูลโจว กลุ่มนี้มีประมาณ 20 คน แต่ละคนดูมีระเบียบวินัยเหมือนว่าพวกเขาเกิดมาเพื่อเป็นทหาร แม้ว่าในขณะที่พวกเขาวิ่งมาทางเจี้ยนเฉิน พวกเขาก็ก้าวพร้อมกัน“หัวหน้าตระกูล หน่วยราชาพยัคฆ์มาถึงแล้ว ! ” ชายวัยกลางคนร้องบอกโจวบูตงจากด้านหลังกลุ่มเมื่อได้ยินอย่างนั้น ตาของโจวบูตงก็กระตุกในขณะที่เขาแทงออกไปอย่างดุร้ายที่เจี้ยนเฉินอีกครั้งด้วยดาบใหญ่ของเขาก่อนที่จะมองไปที่กลุ่มคนทั้งยี่สิบคนนั้น “หน่วยราชาพยัคฆ์ ฟังข้า ! ข้าต้องการให้พวกเจ้าฆ่าเจ้าหนุ่มนี่ เดี๋ยวนี้ ! “หน่วยราชาพยัคฆ์เป็นผลของการใช้เงินและเวลา 30 ปีในการฝึกของตระกูลโจว จากจำนวนทั้งหมด 300 คน แต่ละคนก็ได้ต่อสู้กันมาอย่างมากมายก่อนที่จะเหลือคนเพียง 20 คนเท่านั้น คนทั้งยี่สิบคนนี้คือหน่วยราชาพยัคฆ์ และเป็นหน่วยที่แข็งแกร่งที่สุดของตระกูลโจว“ขอรับ!”คนทั้งยี่สิบของหน่วยราชาพยัคฆ์ร้องออกมาเพื่อตอบกลับทันที และพุ่งตรงเข้าไปที่เจี้ยนเฉินพร้อมทั้งอาวุธเซียนของพวกเขาเมื่อสัมผัสถึงปริมาณของปราณที่เปล่งรัศมีออกมาจากหน่วยราชาเสือ เจี้ยนเฉินก็รู้สึกตกใจเล็กน้อย แต่ละคนในคนทั้งยี่สิบคนนี้ มีความแข็งแกร่งอยู่ในระดับเซียนผู้เชี่ยวชาญเป็นอย่างน้อย“นี่ต้องเป็นไพ่ตายของตระกูลโจวแน่” เจียนเฉินคิดกับตัวเอง ในตอนที่เขาคิดแบบนั