ินขึ้นมาด้านหน้าและหยุดอยู่ระว่างเจี้ยนเฉินและโจวบูตง เขายิ้มให้เจี้ยนเฉินเล็กน้อยแล้วพูดว่า “พี่น้องที่รัก เป็นไปได้ไหมว่าความแค้นระหว่างตระกูลโจวจะแก้ปัญหาได้ด้วยการเจรจา ? มันจะดีที่สุดถ้าเราจะทำให้ปัญหาใหญ่กลายเป็นไม่มีปัญหาไป ไม่มีความจำเป็นที่พวกท่านทั้งสองคนจะสู้กัน ฝูงสัตว์อสูรกำลังจะมาที่เมืองเวคในไม่ช้า และดังนั้นตอนนี้จึงเป็นช่วงเวลาที่พวกเราต้องรวมใจเป็นหนึ่ง เพื่อความสมานฉันท์ โปรดพูดคุยกัน เพราะว่าสัตว์อสูรนั้นเป็นอันตรายกับคนธรรมดาหลายหมื่นที่อาศัยอยู่ พี่น้องที่รัก หยุดคิดสักนิด” ชายคนนี้พยายามจะผ่อนคลายเจตนาสังหารของเจี้ยนเฉินเจี้ยนเฉินมองไปที่ชายที่ใส่ชุดเกราะด้วยสายตาที่สงบก่อนที่จะถามด้วยคำถามง่าย ๆ “เจ้าเป็นใคร ? “แม้ว่าเจี้ยนเฉินจะถามออกมาอย่างหยาบคาย ชายชุดเกราะก็ไม่โกรธ เขากลับยิ้มบาง ๆ แล้วพูด “ข้าคือเต้าหลี ข้าเป็นผู้บัญชาการของกองทหารป้องกันเมืองเวค และเป็นคนที่รับผิดชอบพวกนั้น”“ถ้างั้น เจ้าก็คือผู้บัญชาการเต้าหลี ผู้บัญชาการเต้าหลี ได้โปรดถอยไปด้วย นี่เป็นเรื่องระหว่างข้าและพวกเขา และข้าไม่อยากให้ท่านมาเกี่ยวด้วย” เจี้ยนเฉินตอบกลับผู้บัญชาการเต้าหลีถอนหายใจออกมา “น้องชาย นี่ไม่ใช่ช่วงเวลาที่สงบ เจ้าไม่นั่งลงและพูดคุยเรื่องนี้กันก่อนหรือ ? “เจี้ยนเฉินส่ายหน้าอย่างสงบ “ไม่มีอะไรที่จะต้องคุย ผู้บัญชาการเต้าหลี โปรดหลีกไปด้วย”“ผู้บัญชาการเต้าหลี นี่ไม่ใช่อะไ