ปีที่ผ่านมาตระกูลหวางได้มาก่อตั้งหมู่บ้านแห่งนี้ขึ้นโดยมีเพียงไม่กี่คน แม้ว่ามันจะเป็นเวลากว่า 100 ปีแล้วที่พัฒนาตัวเองมา มันก็มีเพียงไม่ถึง 30 ครัวเรือน คนในหมู่บ้านมีอยู่ประมาณ 100 คนและนอกเหนือจากผู้สูงอายุ, เด็กและผู้หญิง มีเพียง 30-40 คนซึ่งเป็นชายฉกรรจ์ที่แข็งแรงหมู่บ้านนี้ดำรงอยู่ด้วยการทำนา ขณะที่ชายฉกรรจ์ที่แข็งแรงบางคนจะตามไปล่าสัตว์ป่าในป่าหรือหาปลาในแม่น้ำมาทำอาหาร นอกเหนือจากนั้นก็จะแยกตัวออกไปทำกิจกรรมของตัวเองด้านนอกในบ่ายวันหนึ่ง รอสโก้พาเจี้ยนเฉินไปทั่วทั้งหมู่บ้านและแนะนำให้เขารู้จักเกือบทุกคนในหมู่บ้านในวันเดียวในตอนกลางคืนรอสโก้พาเจี้ยนเฉินกลับไปที่บ้านและคนห้าคนนั่งลงที่โต๊ะอีกครั้งเพื่อทานอาหารเย็น เช่นเดียวกันตอนทานอาหารกลางวัน อาหารเย็นก็ค่อนข้างเรียบง่ายโดยมีข้าวและผักในช่วงเวลาอาหารเย็น เด็กชายตัวน้อยที่อยู่ข้าง ๆ เจี้ยนเฉินก็เงยหน้าพูดอย่างอาย ๆ ว่า พี่เจี้ยนเฉิน ข้าได้ยินท่านพ่อบอกว่าท่านนั้นน่าทึ่งจริง ๆ เมื่อฟังน้องชายของนางพูด เด็กหญิงที่อยู่ข้าง ๆ ฟางฮุ่ยก็เงยหน้ามองมาด้วยดวงตาสีดำกลมโตที่เต็มไปด้วยความอยากรู้อยากเห็นเด็กชายตัวน้อยคนนี้ชื่อโรเจอร์และเด็กหญิงชื่อรั่วจื่อ ทั้งสองเป็นลูกของรอสโก้และฟางฮุ่ยTL Note: เด็กทั้งสองมีชื่อเหมือนกันในภาษาจีน.เมื่อได้ยินเช่นนี้ ดวงตาของเจี้ยนเฉินก็มองไปที่เด็กน้อยและหัวเราะ โรเจอร์น้อย โลกภายนอกนั้นกว้างใหญ่และมี