ต่ที่เจี้ยนเฉินหมดแรงเขาก็ไม่มีแรงพอที่จะหลบการโจมตีของชายชรา สุดท้ายเขาก็ถูกส่งกระเด็นไปทางหน้าผาเมื่อเห็นเจี้ยนเฉินหายลับสายตาไป ใบหน้าของชายชราก็ว่างเปล่า ความโกรธในหัวใจของเขาก็จางหายไปทันที ในที่สุดเขาก็สังเกตเห็นหน้าผาสูงเบื้องหน้าของเขานี่ มันหน้าผางั้นเรอะ? ข้า…ข้าทำให้เขาตกหน้าผา ! มันจบแล้ว..ข้า…ทักษะการต่อสู้ของข้า… เมื่อมองไปยังทิวทัศน์เบื้องหน้า ชายชราก็รู้สึกปวดใจ
ทันใดนั้นกระบี่วายุโปรยก็วกกลับมายังชายชราทันทีและบินไปยังจุดที่ชายชราอยู่
ชายชรายกมือและโคจรพลังเซียน ฉับพลันก็มีค้อนปรากฏขึ้นมาในพริบตาค้อนเหล็กไม่เล็กไม่ใหญ่ มันมีขนาดเท่ากับหน้าอกของผู้ใหญ่คนหนึ่ง มันถูกปกคลุมด้วยหนามแหลมสีน้ำเงินที่ยาวประมาณ 2 ฟุตและมีลวดลายแปลก ๆชายชราเหวี่ยงค้อนของเขาและทุบมันลงไปที่กระบี่วายุโปรย“ติ๊ง ! “ค้อนเหล็กทุบลงไปที่กระบี่วายุโปรยอย่างแรง ส่งผลให้กระบี่ปลิวกระเด็นออกไปพร้อมกับเสียงที่ดังสนั่นในเวลาเดียวกัน เลือดลมของเจี้ยนเฉินตีกลับขึ้นมาถึงลำคอของเขา ใบหน้าของเขาซีดเซียวราวกับแผ่นกระดาษวู่หยุน ข้าจะถามเจ้าอีกครั้ง มอบทักษะการต่อสู้มา ครั้งต่อไปที่เจ้าสู้กับข้า ข้าจะไม่ยั้งมืออีกแล้ว ชายชรามองไปที่เจี้ยนเฉินอย่างหนักแน่นขณะที่เขาพูดในความเป็นจริงชายชราก็ไม่แน่ใจว่าทักษะต่อสู้นั้นอยู่กับเจี้ยนเฉินหรือไม่ ดังนั้นตอนแรกเขาไม่กล้าพยายามฆ่าเจี้ยนเฉิน เพราะเขารู้ว่าตราบใดที่เจี้ยนเฉ