นเฉินได้ตกลงที่จะกลับไปที่ตระกูลเฮมมิ่ง แล้วชายคนนั้นก็วิ่งออกไปอย่างไรก็ตาม ก่อนที่เขาจะออกไปได้ไกล เขาก็หยุดและขมวดคิ้วหันไปมองเจี้ยนเฉินที่ไม่ออกวิ่ง “ทำไมเจ้าไม่ขยับ ? “เจี้ยนเฉินแสดงความสงสัยออกมาบนใบหน้า “ไปไหน ? “เมื่อได้ยินเจี้ยนเฉิน ชายคนนั้นก็รู้สึกกลัวในใจว่ามันจะไม่ง่ายเหมือนที่เขาคิด “จะมีที่ไหนอีกล่ะ ? แน่นอนว่าพวกเรากำลังจะไปที่ตระกูลเฮมมิ่ง หรือเจ้าต้องการที่จะตายที่อื่น ? ““แต่ ข้าไม่ได้เคยบอกว่าข้าจะไปกับพวกเจ้านะ” เจี้ยนเฉินพูดอย่างไร้อารมณ์ใบหน้าของทุกคนในตระกูลเฮมมิ่งเปลี่ยนไปอย่างรวกเร็วในขณะที่หัวหน้ากลุ่มมีท่าทางมืดมนบนใบหน้าของเขา แล้วเขาก็จ้องไปที่เจี้ยนเฉินอย่างเย็นชา “วู่หยุน เจ้ากำลังล้อพวกเราเล่นอย่างนั้นหรือ ? “เจี้ยนเฉินหัวเราะ “ข้าไม่ได้ล้อเล่นกับพวกเจ้า เจ้าได้ยินข้าพูดหรือว่าข้าจะกลับไปที่ตระกูลเฮมมิ่งกับพวกเจ้า ? “ชายวัยกลางคนถอนหายใจออกมาก่อนจะสูดลึกเข้าไปในขณะที่สายตาของเขาก็เปลี่ยนไปเป็นชั่วร้าย เขาหัวเราะออกมาอย่างโกรธเกรี้ยวแล้วพูด “ดี ดีมาก วูหยุน เจ้าปฏิเสธที่จะไปกับพวกเรา ดังนั้นเจ้าก็ยอมรับซะ อย่าโทษพวกเราที่หยาบคายล่ะ ! “หลังจากนั้น ชายวัยกลางคนก็พุ่งเข้าไปที่เจี้ยนเฉินตาของเจี้ยนเฉินเป็นประกายเย็นชาในขณะที่เขาเอาอาวุธเซียนของเขาออกมา กระบี่สีเงินที่เพรียวบางก็ปรากฎขึ้นมาในมือขวาของเขาอย่างรวดเร็ว เจี้ยนเฉินสามารถบอกได้ถึงระดับความแข็งแ