าคงไปเป็นแขกให้กับพวกเจ้าไม่ได้” เจี้ยนเฉินปฏิเสธท่าทางของคนในตระกูลไม่ได้เปลี่ยนไปจากสิ่งที่เขาตอบ คนที่พูดในตอนแรกพูดขึ้นมา “ท่านวู่หยุน มีคนที่มีอำนาจหลายคนที่รู้จักท่านแล้วในตอนนี้ สถานการณ์ในปัจจุบันของท่านนั้นลำบากมาก ตระกูลเฮมมิ่งเป็นตระกูลเดียวที่สามารถช่วยท่านได้ กรุณาคิดถึงข้อเสนอของพวกเราด้วย”
เมื่อได้ยินดังนี้ เจี้ยนเฉินก็หัวเราะ “ข้าเกิดในหมู่บ้านที่ห่างไกลและแยกตัวออกไป แม้แต่ข้าจะบอกชื่อของหมู่บ้านไป ผู้จัดการยูลเลี่ยนก็ไม่รู้จักหรอก ดังนั้นมันจะดีที่สุดถ้าไม่พูดออกไป”
หลังจากนั้น ยูลเลี่ยนก็พยายามที่จะชวนเจี้ยนเฉินคุยด้วยการถามเขาถามเกี่ยวกับเขาเพื่อพยายามที่จะหาข้อมูลของเขาบางอย่างด้วยอย่างไรก็ตาม เจี้ยนเฉินไม่ใช่เด็กหนุ่มที่ไม่มีประสบการณ์อีกแล้ว แม้แต่ยูลเลี่ยนจะมีทักษะชำนาญในการใช้คำพูดเพื่อที่จะทำให้เจี้ยนเฉินติดกับและคายข้อมูลออกมา แต่ทุกคำตอบที่นางได้ก็ไม่ได้ทำให้นางพอใจ ทุกครั้งที่เจี้ยนเฉินตอบนาง ข้อมูลที่นางต้องการก็ไม่เคยหลุดออกมา ข้อมูลที่หลุดออกมาเป็นข้อมูลที่ใช้ไม่ได้ทั้งหมด“ดูเหมือนวู่หยุนจะไม่ใช่คนธรรมดา การที่จะทำให้ข้อมูลหลุดออกมาจากปากของเขานั้นไม่ใช่เรื่องง่าย” ยูลเลี่ยนรู้สึกปวดหัวในขณะที่นางคิดอยู่กับตัวเองเมื่อเห็นว่ายูลเลี่ยนมีสีหน้าโกรธเล็กน้อย เจี้ยนเฉินก็หัวเราะกับตัวเองในใจ“ก๊อก ก๊อก ก๊อก…” ในตอนนี้ เสียงเคาะประตูก็ดังขึ้นมาเมื่อได้ยินเสี