เป็นจริง เขาสำรวจไปรอบ ๆ ตลอด ในบริเวณที่มีสัตว์อสูรไปไปมามา เขาไม่กล้าประมาทในขณะที่เขากำลังฟื้นฟูพลังเซียนงูยาวสี่หรือห้าฟุตตกลงมาจากลำต้นของต้นไม้เพราะในตอนนี้มันไร้กำลังที่จะขดตัว ในตอนที่มันตกลงมา มันก็ส่งเสียงขู่ฟ่อก่อนที่จะดิ้นอยู่บนพื้นเล็กน้อยแล้วแน่นิ่งไปหลังจากที่ผ่านไปอีก 2 ชั่วยาม เจี้ยนเฉินก็ลืมตาขึ้นอีกครั้งและยืนขึ้นไปบนกิ่งไม้ เขาเอาเสื้อผ้าอีกชุดออกมาจากเข็มขัดมิติและเปลี่ยนมัน เมื่อเห็นว่ามันมืดแล้ว เขาก็เริ่มคิดสักพักก่อนที่ตัดสินใจจะออกไปจากที่นี่เจี้ยนเฉินมองไปรอบ ๆ ตัวเขาอย่างระมัดระวังเผื่อว่าตระกูลเทียนซ่งจะอยู่ใกล้ ๆ ในตอนนี้เขาฟื้นตัวจากบาดแผลที่หายดีแล้ว และแม้แต่พลังเซียนของเขาก็กลับมาอยู่ในระดับสูงสุด ในตอนนี้ที่เขาอยู่ในเทือกเขาสัตว์อสูรที่มีภูมิประเทศซับซ้อน เจี้ยนเฉินก็มั่นใจว่า ถ้าเขาไปเจอกับพวกเทียนซ่งหลีอีกครั้ง เขาก็สามารถล่าถอยได้โดยง่าย ไม่เหมือนก่อนหน้านี้ที่เขาอยู่ในพื้นที่เปิดในตอนนี้เองก็มีเสียงดังกรอบแกรบมาจากด้านหลัง ในตอนที่เจี้ยนเฉินได้ยินเสียงนั้น หัวใจของเขาก็หยุด เขากระโจนเข้าไปที่พุ่มไม้ใกล้ ๆ เพื่อซ่อนตัวโดยใช้ใบไม้บังไม่นานหลังจากนั้น กลุ่มชายที่ใส่ชุดขาวก็เข้ามาในสายตา“ชีวิตแบบนี้มันเหนื่อยหน่ายจริงจริง การที่ให้คนเข้ามาในเทือกเขาสัตว์สูรเพื่อที่จะตามหาคนคนเดียวโดยที่ไม่มีแม้กระทั่งรูปวาด พวกเราจะหาเจอได้อย่างไร ? ” หนึ่งในทหารร