ู่ที่นี่นานมากเท่าไร เขาก็ยิ่งเสียเปรียบมากขึ้นเท่านั้น ด้วยความแข็งแกร่งของเขาในตอนนี้ เขาสามารถสู้ได้เพียงเซียนผู้เชี่ยวชาญเท่านั้น ถ้าตระกูลเทียนซ่งมีเซียนผู้เชี่ยวชาญพิเศษ เขาคงมีปัญหาแน่อย่างไรก็ตาม ด้วยความแข็งแกร่งที่เขาเหลือในตอนนี้ มันคงไม่เพียงพอที่จะทำให้เขาปกป้องตัวเองได้เมื่อสัมผัสได้ว่าเจี้ยนเฉินวางแผนที่จะหนี หนึ่งในเซียนผู้เชี่ยวชาญที่เหลือก็ตะโกนออกมา “กันมันเอาไว้เร็ว ! อย่าปล่อยให้มันหนีไปได้ ! “
เจี้ยนเฉินและทหารรับจ้างเริ่มผลัดกันโจมตีไปด้วยหมัดและกระบี่จำนวนนับไม่ถ้วนที่ทำให้ทหารรับจ้างอยู่นิ่งไม่ได้ เจี้ยนเฉินใช้ความได้เปรียบในสถานะการณ์และใช้กระบี่วายุโปรยแทงไปที่หัวใจของหนึ่งในทหารรับจ้างทันที
ในตอนที่เจี้ยนเฉินแทงไปที่หัวใจของชายวัยกลางคน ขวานใหญ่ก็สับลงมาที่ไหล่ซ้ายของเขา และทิ้งแผลที่มีเลือดซิบออกมาและย้อมเสื้อของเขาจนเป็นสีแดงฉานเมื่อรู้สึกถึงความเจ็บปวดรุนแรงที่ไหล่ซ้ายของเขา ใบหน้าของเจี้ยนเฉินก็ขาวซีดทันที เขาดึงกระบี่ออกมาจากหน้าอกของชายคนนั้น และแทงไปที่ทหารรับจ้างที่ใช้ขวานอย่างรวดเร็วเมื่อเห็นแสงสีเงินของกระบี่วายุโปรย ชายที่ใช้ขวานก็หรี่ตาลงทันทีเพื่อตั้งสมาธิและยกเอาอาวุธของเขาขึ้นมาเพื่อรับการโจมตี ในตอนที่ปะทะกัน ชายคนนั้นก็กระเด็นถอยไปจากแรงระเบิด“ชิ้ง!”ปลายกระบี่วายุโปรยแทงเข้าไปที่ใบขวาน ปริมาณของปราณกระบี่ทำให้เกิดรอยบุ๋มอย่างเห็นชัดที่ใบ