ด้ก้าวออกจากห้องเลย และเขาใช้แกนอสูรที่เขามีในการฝึกฝน แม้แต่การกินอาหาร เขายังให้เสี่ยวเอ้อนำมาส่งตรงถึงที่ห้องของเขาหลังจากที่สิบวันผ่านไป ความแข็งแกร่งของเจี้ยนเฉินก็พัฒนาไปมาก เขาอยู่ในระดับเซียนผู้เชี่ยวชาญขั้นกลางแล้ว พลังเซียนในร่างของเขาแข็งแกร่งกว่าแต่ก่อน แม้แต่กระบี่วายุโปรยที่เป็นอาวุธเซียนของเขาก็พัฒนาขึ้นและแข็งแรงกว่าแต่ก่อนในสิบวันของการฝึกฝน แกนอสูรระดับสามที่เจี้ยนเฉินมีทั้งหมดก็หมดไป ทำให้เจี้ยนเฉินเหลือแกนอสูรระดับสี่ 2 อันเจี้ยนเฉินออกจากเตียงและเดินไปที่หน้าต่างเพื่อมองไปบนท้องฟ้า เพราะว่าเขาใช้เวลามากไปในการฝึกฝน เขาจึงไม่สามารถแยกแยะเวลาได้ และเขาได้แต่ดูตำแหน่งของดวงอาทิตย์เพื่อคาดเดาเวลาเท่านั้นที่ด้านนอก ดวงอาทิตย์สาดแสงจ้าโดยไม่มีเมฆเลยในรัศมีหลายกิโลเมตร วงกลมสีแดงใหญ่ที่แผดเผาในท้องฟ้าปล่อยรังสีความร้อนรุนแรงออก มันบ่งบอกว่าตอนนี้มันเข้าสู่ช่วงบ่ายแล้ว“ตอนนี้ น่าจะถึงเวลาที่ต้องจัดการกับอสรพิษทองริ้วเงินแล้วล่ะ ข้าตั้งหน้าตั้งตารอหมื่นต้านพิษจริง ๆ ” เจี้ยนเฉินพูดออกมาในขณะที่เขาสังเกตไปที่ผู้คนด้านนอก
จากอาการบาดเจ็บที่รุนแรงที่หน้าอกของเขา กระดูกที่แตกได้แทงเข้าไปที่เนื้อของเขา ดังนั้นในตอนที่เจี้ยนเฉินเคลื่อนไหวเพียงเล็กน้อย แผลที่หน้าอกของเขาก็ยิ่งรู้สึกเจ็บมากขึ้นไปอีก แผลนั้นรุนแรงจนสัญญาณที่สมองของเขาได้รับเหมือนกับเป็นความทรมาน เขานอนไปบนหญ้าอย