ไม่กล้าเคลื่อนไหว ความกลัวของเขาคือว่าถ้าเขาจะเคลื่อนไหว กระบี่ก็จะแทงเข้าไปในลำคอของเขา” พี่ชายโปรดยั้งมือของท่านด้วย เราเป็นส่วนหนึ่งของทหารรับจ้างทะเลทรายและนี่คือความผิดของเรา ข้าหวังว่าเจ้าจะปล่อยเพื่อนของเราไป” ชายวัยกลางคนพูดด้วยความเหมาะสมและแสดงใบหน้าที่เต็มไปด้วยความจริงใจเมื่อได้ยินสิ่งนี้ เจี้ยนเฉินก็หันไปมองทางชายวัยกลางคนที่พูด หลังจากลังเลครู่หนึ่งเขาก็ค่อย ๆ ลดกระบี่วายุโปรยในมือลงและพูดกับชายหนุุ่มว่า สวะ !ได้ยินเจี้ยนเฉิน ชายหนุ่มที่จับตามองอยู่ที่คมกระบี่ที่่จ่อคอเขาด้วยสีหน้าไม่พอใจเป็นเวลาสั้น ๆ แต่เนื่องจากข้อเท็จจริงที่ว่าเขาเพิ่งหนีเคราะห์กรรมมาได้ เขาไม่กล้าพูดอะไรสักคำเดียวกระบี่วายุโปรยหายไปจากมือของเจี้ยนเฉินเมื่อเขาจ้องมองอย่างเย็นชาผ่านพวกเขาไป จากนั้นเขาก็ดึงเหรียญทองออกมาวางไว้ที่โต๊ะ “เสี่ยวเอ้อ นี่สำหรับค่าอาหาร ! ” เขาพูดเรียบ ๆ ก่อนออกจากโรงเตี๊ยมหลังจากเหตุการณ์ดังกล่าว เจี้ยนเฉินไม่ต้องการอยู่ที่นั่นอีกต่อไป เนื่องจากเขากินและดื่มไปแล้ว เขาจึงสบายใจหลังจากนั้น ชายหนุ่มที่เจี้ยนเฉินปล่อยตัวไป เขาจ้องมองเจี้ยนเฉินด้วยเจตนาฆ่า มองดูสหายทั้งสามของเขาด้วยท่าทางที่รู้กัน พวกเขาทั้งหมดพยักหน้าในเวลาเดียวกัน ตามนี้พวกเขาทั้งสี่ทำตัวพร้อมเพรียงราวกับว่าพวกเขาเตรียมพร้อมมานานกับเรื่องที่จะเกิดขึ้น พวกเขาเรียกอาวุธเซียนของพวกเขาและพุ่งเข้าใส่เจี้ยนเฉินทัน