้ แต่ข้ามีเรื่องสำคัญที่ต้องไปทำ ข้าจะต้องจากไปในทันทีและไม่สามารถไปกับทุกคนได้ ถ้าข้าทำผิดต่อหัวหน้าหลิงเทียน ข้าก็ขออภัย”
หลิงเทียนดูเสียใจ แต่เขาก็ไม่ได้พยายามชักชวนเจี้ยนเฉินให้อยู่ต่อไป เขาป้องมือคำนับพร้อมกับพูดว่า “ถ้าน้องเจี้ยนเฉินมีเรื่องสำคัญที่ต้องไปทำละก็ ข้าก็จะไม่เหนี่ยวรั้งน้องชายไว้อีกต่อไป”
หลังจากที่เจี้ยนเฉินกล่าวคำอำลากับหลิงเทียน เขาก็ออกจากพื้นที่ทันที ตอนนี้เขาแยกตัวออกจากกลุ่มทหารรับจ้าง เขาก็ไม่มีหน้าที่ใด ๆ อีกต่อไป หากเขาต้องการจากไป เขาสามารถจากไปโดยไม่ต้องแจ้งให้ใครทราบ
หลังจากเจี้ยนเฉินจากไปแล้ว หลิงเทียนที่สวมเสื้อคลุมสีดำและทหารรับจ้างอีกสองสามคนกำลังพูดคุยกันอย่างเงียบ ๆ ในห้องอาหาร
“คาเลบ เจ้าแน่ใจว่าทหารรับจ้างคนที่ชื่อมู่หยุนมีทักษะการต่อสู้เช่นนั้นหรือ ? ” ชายชราคนหนึ่งสวมเสื้อคลุมสีขาวติดที่กับหลิงเทียนถาม เขามีผมสีดำยาวที่ด้านหลังศีรษะของเขา ใบหน้าของเขาเป็นสีทองแดงและมีบาดแผลที่ดูดุดันมากมาย เนื่องจากยังมีเลือดอยู่บนบาดแผลของเขา อาจบอกได้ว่าบาดแผลไหนเป็นแผลใหม่และบาดแผลไหนเป็นบาดแผลเก่าแล้ว
” ใช่แล้ว หัวหน้าไป่เฟยหยุน เมื่อทหารรับจ้างที่เรียกว่ามู่หยุนได้ใช้ทักษะในการต่อสู้ของเขา หลาย ๆ คนรอบ ๆ ได้เห็นมันและข้อมูลนี้ไม่ผิดเลย” คาเลบตอบ
“ถูกต้อง หัวหน้าไป่เฟยหยุน หัวหน้าหลิงเทียน ทุกคนที่รอดชีวิตจากการซุ่มโจมตีสามารถเป็นพยานได้ สิ่งที่มู่หยุนใ