งคงยืนนิ่งอยู่ราวกับเทือกเขาไท่ซานโดยไม่มีการแสดงอาการใด ๆเพียงครั้งเดียวก็เพียงพอที่จะดูออกว่าใครอ่อนแอกว่าและใครแข็งแกร่งกว่าเจี้ยนเฉินที่อยู่ข้าง ๆ รู้ว่ามู่หยุนอ่อนแอกว่าชายคนนั้นมาก อย่างไรก็ตามมู่หยุนยังคงแข็งแกร่งกว่าตัวของเขาและจากการประเมิณของเจี้ยนเฉิน ความแข็งแกร่งของมู่หยุนควรจะอยู่ในขอบเขตเซียนระดับสูงขั้นกลางหรือขั้นสุดยอด เนื่องจากชายคนนั้นเป็นผู้เชี่ยวชาญธาตุลมที่มีความเร็วอย่างมาก พลังของเขาจึงอ่อนแอกว่าของมู่หยุนที่เป็นธาตุไฟที่หายากอย่างมาก ต่อจากธาตุแสงและธาตุมืดที่เป็นที่รู้จักกันดีว่าธาตุไฟมีพลังที่แข็งแกร่งที่สุดถ้าชายคนนั้นพึ่งพาธาตุลมของเขาซึ่งทำให้พลังเซียนในการต่อสู้ได้ครอบงำธาตุไฟของมู่หยุนได้ ถ้าชายคนนี้ได้แสดงออกมาพร้อมกับธาตุลมของเขา เจี้ยนเฉินมั่นใจว่ามู่หยุนจะไม่อาจต่อสู้ได้นานนักแต่ถ้าเขาและมู่หยุนรวมกันต่อสู้ เขาก็มั่นใจว่าพวกเขาจะสามารถเอาชนะชายวัยกลางคนได้สิ่งที่โชคร้ายคือเจี้ยนเฉินได้รับบาดเจ็บสาหัสแล้ว ส่วนสำคัญที่สุดของร่างกายของเขาและแต่ละคนต่างก็พากันต่อสู้อย่างตื่นเต้น ในสถานการณ์ปัจจุบันของเขา การช่วยเหลือมู่หยุนก็ไม่ได้เป็นปัญหาเท่าไรนัก เพียงแค่ยืนอยู่เฉย ๆ เขาก็ต้องใช้พลังมากแล้วการโจมตีของมู่หยุน ทำให้ตาของชายกลางคนมีจิตสังหารอย่างรุนแรง เขาไม่ได้ให้เวลากับมู่หยุนเพื่อปรับสมดุลก่อนที่เขาจะรวบรวมกระแสลมไว้รอบ ๆ ง้าวของเขาและวิ่งไปข้างห