ังฝึกมันได้มากพอที่จะเข้าใจปรัชญาของไทเก๊กที่ว่า อ่อนสยบแข็ง มันเป็นหลักการในการเบี่ยงอาวุธ ตอนนี้เขาไม่เพียงแต่อ่อนแอกว่าคู่ต่อสู้เท่านั้น แต่ยังอยู่ในสภาพที่พลังจะหมดไปอีกต่างหาก แต่ตอนนี้เจี้ยนเฉินถูกบังคับให้ใช้เคล็ดวิชาไทเก๊ก ซึ่งเขาไม่ชำนาญในการปัดป้องการโจมตีไทเก๊กเน้นไปที่ความคิด อ่อนสยบแข็ง เพื่อให้คนที่อ่อนแอสามารถเอาชนะคนที่แข็งแกร่งกว่าได้ ด้วยความสามารถที่ใช้เบี่ยงเบนการโจมตีในลักษณะนี้ มันพิสูจน์ได้ว่ามันมีประโยชน์อย่างมากต่อเจี้ยนเฉินในตอนนี้ ข้อบกพร่องมันเพียงอย่างเดียวคือเจี้ยนเฉินมีความรู้เพียงเล็กน้อยเกี่ยวกับแนวคิดของไทเก๊กและมันก็ไม่แย่เท่าไรนัก ในที่สุดเขาก็เชี่ยวชาญในการปลดอาวุธ ถึงอย่างนั้นก็มีประโยชน์กับเจี้ยนเฉินในเวลานั้นคิ้วของชายคนนั้ก็ขมวดเข้าหากันขณะที่เขาพูดออกมา หลังจากนั้นไม่นานเขาก็ส่ายหัวแล้วพูดว่า ไทเก๊ก ข้าไม่เคยได้ยินมาก่อน ดวงตาของมองไปที่เจี้ยนเฉินอย่าสับสนก่อนที่จะหัวเราะ เจ้าเด็กเหลือขอ แต่เจ้าก็ยังอ่อนแอกว่าข้ามาก ข้าไม่คิดว่าเจ้าจะรู้เคล็ดวิชามากมาย ดูเหมือนว่าการจะฆ่าเจ้าจะเป็นการสิ้นเปลือง ข้าควรจะจับเจ้าแทน นี่เป็นเรื่องที่ดีสำหรับตัวเจ้าเช่นกัน ชายคนนั้นเคลื่อนไหวไปหาเจี้ยนเฉินอีกครั้งพร้อมกับเสริมความสามารถเข้าไปในง้าวที่อยู่ในมือ เขาได้ตัดสินใจว่าไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้น เขาก็จะจับเจี้ยนเฉิน แม้ว่าเคล็ดวิชาไทเก๊กไม่ใช่สิ่งที่เขาตั้งใจจ