ๆ แล้วมันก็ยากที่จะใช้ออกมาแต่การที่ใช้ไทเก๊กนั้นเป็นวิธีการป้องกันชั่วคราวและเขาไม่สามารถป้องกันการโจมตีได้ตลอดโดยไม่ใช้โอกาสเหล่านี้ตอบโต้กลับได้ ถ้ามันไม่ได้เป็นความจริงที่ว่าฝ่ายตรงข้ามถูกกดดันจากการโจมตีของเขา เจี้ยนเฉินจะไม่ใช้วิชาไทเก๊กแน่นอนหลังจากนั้นอีกไม่กี่นาทีของการต่อสู้ระยะใกล้ชายคนนั้นก็เริ่มโกรธและโกรธมากขึ้น ทุกครั้งที่เขาโจมตีไปกับคนที่อ่อนแอกว่า เจี้ยนเฉินก็ได้ใช้วิชาแปลก ๆ ของเขาเพื่อเบี่ยงวิถีโจมตี สิ่งนี้ทำให้เขาสูญเสียการควบคุมอาวุธของเขาและสำหรับเขานี่คือความอัปยศสูงสุดเจ้าบัดซบ ข้าไม่เชื่อว่านี่คือทั้งหมดที่ข้าจะสามารพจัดการเจ้าได้ ! ชายคนนั้นโกรธจนถึงขีดสุด เขาไม่อาจเก็บความโกรธของเขาได้อีกต่อไปขณะที่เขายังคงสบถใส่เจี้ยนเฉินอย่างดุดันหลังจากนั้นไม่นานความแข็งแกร่งของชายคนนั้นก็ยิ่งมากขึ้นเรื่อย ๆ ทำให้เจี้ยนเฉินต้องดิ้นรนในการป้องกันมากขึ้น ใบหน้าของเขาเปียกโชกไปด้วยเหงื่อขณะที่พลังเซียนของเขาเริ่มหมดลง
เมื่อเกี่ยวกับเรื่องนี้ ชายคนนั้นก็ตื่นเต้นอย่างมาก เขาสั่นราวกับว่าเขานั้นโกรธมาก แต่จริง ๆ แล้วมันสั่นมาจากสภาวะทางอารมณ์ที่อดกลั้นไม่ให้แสดงออกมาของเขา
เจี้ยนเฉินเช็ดเลือดออกจากปากของเขาและค่อย ๆ ลุกขึ้นยืน เขาจ้องมองไปยังชายคนนั้นด้วยท่าทีที่เยือกเย็น พร้อมกับพูดเยาะเย้ยน้อย ๆ ว่า ข้าเกรงว่าเจ้าไม่อาจแข็งแกร่งพอที่จะใช้มัน แม้ว่าเขาจะได้รับบาดเจ็บสาหัส