ะตูเมืองกั้นเส้นทางไว้.เจี้ยนเฉินยิ้มเล็กน้อยและยื่นเหรียญทองสองสามเหรียญและพูดว่า “พี่ชาย ข้าเป็นแค่ทหารรับจ้างที่มาเมืองเมฆขาวเพื่อทำภารกิจ”ยามเอาเหรียญทองไปและยิ้มให้เขาอย่างสดใส “อืม เจ้ามีภารกิจต้องทำ ข้าไม่ควรทำให้เจ้าเสียเวลาอันมีค่า เข้าไปสิ “หลังจากเข้าไปในเมือง เจี้ยนเฉินเดินไปตามถนน 3 กิโลเมตร,และมาถึงส่วนที่จอแจมากของเมือง แม้ว่ามันจะเป็นช่วงพระอาทิตย์ตกดิน ถนนก็ยังคึกคักไปด้วยผู้คนที่วิ่งไปมาตามร้านค้าและมีการค้าขายกันหลากหลายประเภทถนนถูกปูด้วยหินที่ดูเหมือนจะเปล่งประกายสดใสอย่างราบเรียบ แม้ว่ารถม้าจะผ่านมาด้วยความเร็วสูง ผู้โดยสารจะไม่รู้สึกถึงการกระแทกเลยเจี้ยนเฉินที่เริ่มหิวลูบท้องตัวเองขณะที่เขาเดินไปที่โรงเตี๊ยมที่ใกล้ที่สุด ไม่มีอะไรตกถึงท้องของเขามาหนึ่งวันเต็ม ท้องของเขาก็เริ่มส่งเสียงร้องประท้วงออกมาเป็นธรรมดา” ยินดีต้อนรับ ! “ภายใต้การต้อนรับอย่างกระตือรือร้นของเสี่ยวเอ้อ เจี้ยนเฉินเดินไปที่โต๊ะว่างแล้วนั่งลง“นายท่านมาที่นี่เพื่อทานอาหารหรือค้างแรม ? ” เสี่ยวเอ้อเป็นชายหนุ่มอายุ 20 ปี,เขามีรอยยิ้มที่จริงใจบนใบหน้าเจี้ยนเฉินมองไปที่ทหารรับจ้างคนอื่น ๆ ในโรงเตี๊ยมและพูดว่า “แม้แต่คนที่ต้องการพักค้างแรมก็ต้องการอาหาร ที่นี่มีอะไรให้กินบ้าง ? “เสี่ยวเอ้อยิ้มและแนะนำเจี้ยนเฉินให้รู้จักกับอาหารหลากหลายชนิด แต่ทุกจานที่เขากล่าวถึงนั้นเป็นอาหารที่แพงที่สุด เสี่ยวเอ้อ