้องลักลอบนำตัวเซียงเทียนออกไปก่อนค่ำ มิฉะนั้นเขาจะไม่สามารถจากไปได้แม้ว่าเจ้าจะยอมปล่อยเขาไป”ไป๋หยุนเทียนพยักหน้าช้า ๆ เนื่องจากจักรพรรดิไม่เต็มใจที่จะช่วยเหลือพวกเขาอย่างเปิดเผยตอนนี้ นางจะไม่เข้าใจเหตุผลนี้ได้อย่างไร ?หลังจากนั้นไป๋หยุนเทียนที่เต็มไปด้วยคราบน้ำตาก็ช่วยเจี้ยนเฉินรวบรวมเสื้อผ้าและสิ่งของบางอย่างก่อนที่จะพาเขาออกไปเมื่อทั้งสองมาถึงที่ลานด้านหลัง พวกเขาเห็นป้าของเจี้ยนเฉิน, บิดาของเขาและเจียงไป่รออยู่ที่นั่น ข้างหลังพวกเขามีอสูรอินทรีที่ใหญ่โตและสง่างามเจียงหยางหู่คว้าแขนของเจี้ยนเฉินไว้ เขามีสีหน้าเศร้าหมองในขณะที่เขาพูดด้วยความกังวลว่า “น้องสี่ เจ้าควรจะระมัดระวังตัวให้มากในโลกภายนอกเข้าใจหรือไม่ ? “เจี้ยนเฉินพยักหน้าก่อนที่จะพูดด้วยรอยยิ้มว่า “อย่ากังวลพี่ใหญ่ ข้าจะระวังตัวให้มาก แต่หลังจากที่ข้าไป ท่านต้องไม่โศกเศร้า ท่านต้องฝึกวรยุทธ์ต่อไป .. “เจียงหยางหู่พยักหน้าอย่างจริงจังและพูดว่า “ได้เลยน้องสี่ เป็นเพราะข้าอ่อนแอจึงทำให้เจ้าตกอยู่ในสภาพเช่นนี้ จากนี้ไปข้าจะพยายามให้หนักขึ้นเพื่อฝึกฝนเพื่อที่จะได้เติบโตอย่างแข็งแกร่ง”เจียงหยางหมิงเย่ว พี่รองของเจี้ยนเฉินเดินไปหาเขาและมอบถุงเครื่องรางให้แก่เขา “น้องสี่ พี่ทำเครื่องรางนำโชคมาให้เจ้าและหวังว่าเจ้าจะเดินทางอย่างปลอดภัย เจ้าควรเก็บมันไว้ติดตัวตลอดเวลา”ตอนนี้เจียงหยางหมิงเย่วอายุ 18 ปี นางกลายเป็นหญิงสาวร่างสูงผอม