ี้ยนเฉินอย่างช้า ๆ เหมือนหอยทากที่คืบคลานขณะที่ร้องตะโกนว่า เจียงหยางเซียงเทียน … เจ้ากำลังทำจะอะไร ? อย่า..อย่าเข้ามาใกล้ ! “เจี้ยนเฉินยังคงเดินช้า ๆ ไปหาลั่วเจี้ยน ด้วยสายตาที่จ้องมองอย่างเย็นชาไร้ความเมตตา เขาค่อย ๆ ยกกระบี่วายุโปรยขึ้นมาเมื่อลั่วเจี้ยนเห็นเจี้ยนเฉินยกกระบี่สีเงิน เขาก็ยิ่งหวาดกลัวมากขึ้น เขาทิ้งท่าทางหยิ่งยโสและเริ่มวิงวอนต่อเขาว่า “เจียงหยางเซียงเทียน ได้โปรด..ข้าขอร้องเจ้า..ได้โปรดอย่าตัดแขนของข้า ถ้าเจ้าปล่อยข้าไป ข้า ลั่วเจี้ยน ขอสาบานว่าข้าจะตอบแทนเจ้าอย่างแน่นอน”เจี้ยนเฉินไม่แสดงท่าทีว่าจะหยุด เขาแกว่งกระบี่กลายเป็นแสงสีเงินโค้งอีกครั้งหนึ่ง เขาตัดแขนของลั่วเจี้ยนอย่างรวดเร็วภายใต้สายตาที่ไม่เชื่อของเจ้าของ“อ๊า ! “ลั่วเจี้ยนส่งเสียงกรีดร้องอันน่าสะพรึงกลัว แขนขวาของเขาถูกแยกออกจากไหล่ ทำให้เลือดพุ่งกระจายไปทั่วพื้น” เจียงหยางเซียงเทียน ข้าจะไม่ปล่อยเจ้าไป..” ลั่วเจี้ยนมีสีหน้าฉุนเฉียวในขณะที่เขาส่งเสียงคำรามด้วยความโกรธ ดวงตาของเขาแดงก่ำเมื่อเขาจ้องมองเจี้ยนเฉินด้วยความเกลียดชังที่รุนแรงเจี้ยนเฉินไม่สนใจเสียงร้องของลั่วเจี้ยนและเดินไปหาเฉิงหมิงเซียงแทนใบหน้าของเฉิงหมิงเซียงยังคงเป็นสีขาวซีด มีเพียงความเสียใจเพียงอย่างเดียวในใจเมื่อเขาตระหนักว่าตัวเองอ่อนแอกว่าเจี้ยนเฉิน หากไม่ใช่เพราะความจริงที่ว่าเขามีพรรคพวกสิบคนในระดับเซียน เขาคงไม่ถูกบีบบังคับให้อยู่ใ