เขาลุกพรวดจากเก้าอี้ด้วยท่าทางตกใจและพูดว่า “อะไรนะ ? ที่เจ้าพูดมามันจริงรึ? เฉิงหมิงเซียง, ลั่วเจี้ยนและกาดิหยุนถูกเจียงหยางหมิงเซียงตัดแขนจริง ๆ หรือ ? “” ขอรับ อาจารย์ใหญ่ ข้าไปเห็นมาด้วยตาของตัวเองแล้ว แขนของทั้งสามถูกตัดออกไปจริง ๆ ” ไป่เอินกล่าวอย่างเคร่งขรึม” อ้า..” อาจารย์ใหญ่ถอนหายใจอย่างหนักและพูดว่า “คราวนี้สถานการณ์แย่มาก..เจียงหยางเซียงเทียนคนนี้บ้าบิ่นเกินไป กาดิหยุนและลั่วเจี้ยนนั้นคงไม่มีปัญหาอะไร แต่ตระกูลเจียงหยางจะรับมือกับสำนักหัวหยุนไหวรึ ? ““อาจารย์ใหญ่ แล้วเราควรทำเช่นไรดี ? ในอาณาจักรเกอซุนของเรา ไม่ใช่จะหาอัจฉริยะเช่นเจียงหยางเซียงเทียนได้ง่าย ๆ เราไม่สามารถยืนนิ่งเฉยดูอัจฉริยะที่ไร้ขีดจำกัดตายต่อหน้าต่อตาโดยที่เขายังไม่เติบโตได้ มิฉะนั้นสิ่งนี้จะเป็นการสูญเสียครั้งใหญ่มากสำหรับอาณาจักรเกอซุน” รองอาจารย์ใหญ่ไป่เอินกล่าวด้วยน้ำเสียงที่หนักใจ
เจี้ยนเฉินเดินไปหาทั้งสามอย่างช้า ๆ กระบี่วายุโปรยของเขาปล่อยพลังปราณออกมาอย่างต่อเนื่อง สามคนมองไปที่กระบี่ ราวกับว่ามันห่อหุ้มตัวเองอย่างช้า ๆ ด้วยแสงสีเงินสว่าง
“ลืมเรื่องที่ผ่านมาหรือ ? มันควรง่ายขนาดนั้นเลยหรือ ? วันนี้ข้าจะแค่ตัดแขนของพวกเจ้าทิ้ง หากมีวันหน้า พวกเจ้าคงไม่มีชีวิตรอดกลับไป”เจี้ยนเฉินเดินทางมาถึงด้านหน้าของกาดิหยุนแล้ว กระบี่วายุโปรยก็พุ่งลงมาในแนวโค้งราวกับสายฟ้าสีเงินพุ่งเข้าหาไหล่ของกาดิหยุน“อ๊า …