อย่างเคร่งขรึม” อ้า..” อาจารย์ใหญ่ถอนหายใจอย่างหนักและพูดว่า “คราวนี้สถานการณ์แย่มาก..เจียงหยางเซียงเทียนคนนี้บ้าบิ่นเกินไป กาดิหยุนและลั่วเจี้ยนนั้นคงไม่มีปัญหาอะไร แต่ตระกูลเจียงหยางจะรับมือกับสำนักหัวหยุนไหวรึ ? ““อาจารย์ใหญ่ แล้วเราควรทำเช่นไรดี ? ในอาณาจักรเกอซุนของเรา ไม่ใช่จะหาอัจฉริยะเช่นเจียงหยางเซียงเทียนได้ง่าย ๆ เราไม่สามารถยืนนิ่งเฉยดูอัจฉริยะที่ไร้ขีดจำกัดตายต่อหน้าต่อตาโดยที่เขายังไม่เติบโตได้ มิฉะนั้นสิ่งนี้จะเป็นการสูญเสียครั้งใหญ่มากสำหรับอาณาจักรเกอซุน” รองอาจารย์ใหญ่ไป่เอินกล่าวด้วยน้ำเสียงที่หนักใจ
เจี้ยนเฉินยิ้มเยาะ ปล่อยเจ้าไปรึ ? มันจะไม่ง่ายเช่นนั้นหรอก”
เมื่อได้ยินเช่นนั้นเฉิงหมิงเซียงและอีกสองคนก็หน้าเสีย กาดิหยุนพูดด้วยน้ำเสียงเศร้าโศก “เจียงหยางเซียงเทียน เราอาจทำร้ายพี่ชายของเจ้า แต่ตอนนี้เจ้าก็ได้ทำให้พวกเรารับบาดเจ็บ เราควรลืมเรื่องที่ผ่านมา”เจี้ยนเฉินเดินไปหาทั้งสามอย่างช้า ๆ กระบี่วายุโปรยของเขาปล่อยพลังปราณออกมาอย่างต่อเนื่อง สามคนมองไปที่กระบี่ ราวกับว่ามันห่อหุ้มตัวเองอย่างช้า ๆ ด้วยแสงสีเงินสว่าง“ลืมเรื่องที่ผ่านมาหรือ ? มันควรง่ายขนาดนั้นเลยหรือ ? วันนี้ข้าจะแค่ตัดแขนของพวกเจ้าทิ้ง หากมีวันหน้า พวกเจ้าคงไม่มีชีวิตรอดกลับไป”เจี้ยนเฉินเดินทางมาถึงด้านหน้าของกาดิหยุนแล้ว กระบี่วายุโปรยก็พุ่งลงมาในแนวโค้งราวกับสายฟ้าสีเงินพุ่งเข้าหาไหล่ของกาดิหยุน