ากนั้นก็เป็นเรื่องปกติ ดังนั้นมันจึงไม่แปลกที่จะคิดว่าเจี้ยนเฉินได้เรียนรู้หลายสิ่งมาจากผู้เฒ่าของตระกูล นอกเหนือไปจากนั้น เจียงหยางหู่รู้ว่าเจี้ยนเฉินนั้นชอบอ่านหนังสือ และเขาใช้เวลาทั้งวันอยู่ในหอหนังสือบ่อย ๆ ดังนั้นมันจึงเป็นไปได้ที่บางอย่างที่เขาได้เรียนรู้มานั้นมาจากหอหนังสือ“พี่ใหญ่ ท่านควรจะฝึกอย่างช้า ๆ ด้วยตัวเองไปก่อน ข้าไปก่อน” หลังจากนั้น เจี้ยนเฉินก็ออกจากป่าเล็กไป และทิ้งให้พี่ชายของเขาฝึกด้วยตนเอง….ที่กึ่งกลางของลานฝึกของสำนัก เด็กสองคนที่ใส่ชุดเครื่องแบบเดียวกันกำลังต่อสู้กับอย่างดุเดือด หนึ่งในนั้นถือกระบี่ใหญ่ที่มีสีแดงร้อนแรงที่กำลังปล่อยปรานที่แผดเผาออกมา เจ้าของกระบี่ที่แข็งแกร่งขนาดนี้เป็นอัจฉริยะในการฝึกฝนที่มีพรสวรรค์ของสำนัก เฉิงหมิงเซียงคู่ต่อสู้ของเฉิงหมิงเซียงกำลังถือกระบี่ใหญ่สีฟ้า เขาดูเหมือนจะอายุมากกว่าเฉิงหมิงเซียง อย่างไรก็ตาม ใบหน้าของเขานั้นเต็มไปด้วยเหงื่อในขณะที่เขาจดจ่ออยู่ในการต่อสู้พวกเขาต่อสู้กันอย่างดุเดือด แต่จากมุมมองของคนที่เข้าใจก็จะสามารถบอกได้ว่าคนที่ถือกระบี่สีฟ้านั้นกำลังถูกบังคับให้ตั้งรับจากคนที่ถือกระบี่สีแดงอยู่“นายน้อย ข้ายอมแล้ว ข้าไม่สามารถป้องกันไปได้นานกว่านี้แล้ว” คนถือกระบี่สีฟ้าร้องออกมาเมื่อได้ยินดังนั้น เฉิงหมิงเซียงก็หยุดทันทีและปล่อยให้กระบี่ในมือของเขาหายไป “ชาลา ดูเหมือนว่าเวลาที่เจ้าจะสามารถป้องกันตัวเองได้มันสั