นาดนี้”
“นั่นเจ้า ! ” เจี้ยนเฉินคำรามออกมา โดยปราศจากอารมณ์บนใบหน้า เขากล่าว “ถ้าเจ้าต้องการที่จะเรียกเก็บค่าคุ้มครอง เจ้าก็แสดงอุบายของเจ้าออกมา”
ดวงตาของเฉินเฟิงเต็มไปด้วยประกายความโกรธ แต่มันไม่กล้าที่จะเข้าใกล้เจี้ยนเฉิน ในหอหนังสือมีกฎที่เข้มงวดและที่สำคัญ มันไม่ใช่คู่มือของเจี้ยนเฉิน
เฉินเฟิงกุมหน้าอกของมัน ขณะที่จ้องอย่างมุ่งร้ายไปที่เจี้ยนเฉิน และกล่าวด้วยเสียงเย็นชา “เจียงหยางเซียงเทียน ถึงข้าจะไม่ใช่คู่มือของเจ้า แต่สำนักคากัตแห่งนี้ก็ไม่ใช่สถานที่ซึ่งเจ้าจะมาเที่ยวอาละวาดได้ ถ้าเจ้ามีความกล้าหาญมากพอ ก็จงตามข้าออกมาข้างนอกเสีย มิฉะนั้นก็จงเตรียมที่จะพำนักอยู่ในหอหนังสือไปตลอดชั่วชีวิตของเจ้า” หลังจากกล่าวเช่นนี้ เฉินเฟิงก็เดินตรงออกไปนอกหอหนังสือ แต่อย่างไรก็ตาม คำพูดที่เขากล่าวออกมาก็ดึงดูดความสนใจของลูกศิษย์ภายในหอหนังสือ ทันใดนั้นผู้คนมากมายเริ่มเบนความสนใจมายังเจี้ยนเฉินด้วยอารมณ์ที่ซับซ้อน ทั้งริษยา เคารพ และระมัดระวัง
เจี้ยนเฉินปิดหนังสือด้วยอารมณ์ที่เข้าขั้นวิกฤต จากคำพูดของเฉินเฟิง ฟังดูเหมือนว่าเขาคงมีคนหนุนหลังคอยให้ความช่วยเหลือ
ดวงตาของเจี้ยนเฉินเป็นประกาย ขณะที่เขาเก็บหนังสือเข้าชั้นและจากนั้นเขาก็เดินออกไปจากหอหนังสือ เมื่อมองตรงลงไป แม้ว่าเขาจะรู้ว่าจะคนยืนอยู่ด้านนอก ถ้าเขาไม่ออกมา คนพวกนั้นย่อมคิดว่าเขากลัวพวกมัน ถ้าเจี้ยนเฉินต้องการที่จะอ่านหนังสือในหอห